ข้อดีของงานประจำ การทำงานประจำมีดีมากกว่าที่คิด

ข้อดีที่มากกว่าเงินเดือนในการทำงานประจำ

ข้อดีของการทำงานประจำนั้น คือการการันตีรายได้ที่มั่นคงในแต่ละเดือน การทำงานประจำยังมีดีหลายอย่างกว่าที่คุณคิด สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะทำงานเป็นพนักงานประจำ จะทำธุรกิจส่วนตัวหรือฟรีแลนซ์ ก่อนจะตัดสินใจเลือก เรามีข้อดีที่มากกว่าเงินเดือนในการทำงานประจำมาฝากให้คุณได้พิจารณา

1.สมัครบัตรเครดิตได้ง่าย เพราะคุณมีเงินเข้าออกเป็นประจำทุกเดือน รายได้แน่นอน มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งและสามารถตรวจสอบได้ ฉะนั้นหากคุณต้องการมีบัตรเครดิตสักใบ หรือแม้แต่การกู้สินเชื่อบ้าน รถ ธนาคารยินดีอ้าแขนรับคุณเสมอ

2.มีสวัสดิการของที่ทำงาน บางทีคุณอาจได้รับโบนัสก้อนโตเป็นรางวัลในความขยัน และผลงานที่คุณสร้าง รวมไปถึงสวัสดิการดี ๆ หลายอย่าง เช่น เงินชดเชยช่วงลาคลอด ลาป่วยได้โดยไม่โดนหักเงิน ที่บริษัทมีให้เฉพาะพนักงานประจำเท่านั้น

3.มีตารางชีวิตที่แน่นอน คุณไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับตารางงานที่แปรผันตามการว่าจ้าง คุณมีเวลาเลิกงานที่ชัดเจน สามารถจัดตารางเพื่อไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดกับคนที่รักได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงาน

4.มีการเติบโตในสายงาน ทำให้คุณเกิดความพยายาม มุ่งมั่นในการทำงานอย่างมีเป้าหมาย เพราะทุกคนสามารถเลื่อนขั้นได้หากมีอายุการทำงาน วุฒิภาวะที่เหมาะสม และผลงานเป็นที่ยอมรับ ไม่เพียงแค่นั้น โอกาสการก้าวหน้าในเงินเดือนก็มีด้วยเช่นกัน

5.ไม่มีงานนอกเวลา เพราะตารางการเข้างานและเลิกงานถูกกำหนดเอาไว้แล้ว คุณไม่ต้องมานั่งกังวลว่าต้องแก้งานส่วนไหนเพิ่มเติม หากมีงานนอกเวลาจริงทางบริษัทก็จะมีเงินโอทีเป็นค่าตอบแทน ยังไงคุณก็ไม่เหนื่อยฟรี

6.มีทีมเวิร์ก คุณไม่ต้องมานั่งแบกรับความกดดันเพียงคนเดียว เพราะที่ทำงานของคุณจะมีเพื่อน ๆ คอยช่วยเหลือเสมอ ทำให้งานผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี หรือถ้ามีสิ่งผิดพลาดทุกคนก็พร้อมที่จะช่วยกันแก้ไข ที่สำคัญผู้ร่วมงานจะไม่ทำให้คุณเหงา ในแต่ละวันคงจะมีเรื่องสนุกมาเล่าสู่กันฟังไม่มีเบื่อ

7.ลดความเสี่ยงในการลงทุน เพราะหน้าที่ของคุณคือทำตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วง ไม่ต้องมานั่งเครียดเรื่องการขาดทุน กำไร หรือแม้แต่เรื่องการลงทุนในแต่ละภาวะเศรษฐกิจ

เห็นไหมว่าการทำงานประจำไม่ได้มีดีแค่เงินเดือนมั่นคงเท่านั้น แต่คุณยังสามารถตัดปัญหาความยุ่งยากวุ่นวายหลายอย่างออกไปได้สบาย ไม่ต้องแบกรับปัญหาเพียงคนเดียว แต่การทำงานประจำนั้น คุณต้องมีวินัยในการทำงาน ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ ทำงานมีประสิทธิภาพ บริหารเงินเดือนดี รับรองว่าแม้ทำงานประจำคุณก็รวยได้

ข้อดีของงานประจำ การทำงานประจำมีดีมากกว่าที่คิด

วิธีสร้างความก้าวหน้าใน งานประจำ

งานประจำก็ยังนับเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคง

งานประจำ คือหนทางการสร้างรายได้ที่มั่นคงสำหรับใครหลาย ๆ คน ส่งผลให้ผู้คนเหล่านั้นเลือกใช้เป็นหนทางในการสร้างรายได้ให้กับชีวิต แต่ในขณะเดียวกันผู้คนเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็มักเกิดความกังวลว่าการประกอบอาชีพประจำเหล่านั้นจะสามารถสร้างความก้าวหน้าในชีวิตได้จริงหรือไม่ เพราะตำแหน่งงานก็มักคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งการทำงานยังมีโอกาสที่จะต้องพบเจอกับปัญหาต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

อย่างไรก็ตามงานประจำก็ยังนับเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคง ผู้ที่ทำงานประจำจึงควรรู้ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานตามรายละเอียดต่อไปนี้

ห้ามทำงานแบบหยุดนิ่งอยู่กับที่ แม้ว่าหน้าที่การงานของท่านจะเหมือนเดิม ๆ ทุก ๆ วัน แต่ท่านก็ไม่ควรปล่อยให้ความจำเจมาเป็นอุปสรรคต่อความเจริญก้าวหน้า ควรพิจารณาหนทางที่จะช่วยพัฒนาให้งานที่ทำอยู่มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น หรือลองขอเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบดูเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม การทำงานอย่างกระตือรือร้นย่อมส่งผลดีต่อความก้าวหน้าทางการเงินได้อย่างแน่นอน

เปิดใจรับฟังทุก ๆ ข้อเสนอแนะ แม้ว่าคุณจะมีประสบการณ์ในหน้าที่การงานมาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่ก็อย่าถือทิฐิว่าตนเองมีความชำนาญในสิ่งนั้น ๆ เหนือคนอื่น ๆ เพราะความคิดดังกล่าวจะปิดกันไม่ให้คุณเปิดรับฟังข้อเสนอแนะอื่น ๆ ให้เข้ามาในชีวิตได้ จนหมดโอกาสที่จะพัฒนาตนเองให้เกิดความก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้

อย่าพึ่งพาคนอื่นมากเกินไป หากคุณเป็นผู้ทำงานประจำที่ต้องคอยขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นอยู่เสมอ ย่อมเป็นการยากที่หัวหน้างานจะเห็นความสามารถของคุณและพิจารณาเพิ่มโอกาสตำแหน่งงานดี ๆ ให้กับคุณ ดังนั้นจึงควรพิจารณาพัฒนาตนเองให้ไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้อื่นในการทำหน้าที่การงานให้สำเร็จอีกด้วย

อย่าขาดเป้าหมายในการทำงาน การขาดเป้าหมายในการทำงานจะทำให้คุณไม่สามารถกำหนดทิศทางในการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นแม้ว่างานประจำที่ทำอยู่จะเป็นตำแหน่งงานที่เล็กเพียงใดก็ควรตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเอาไว้เพื่อสร้างความมุ่งมั่นและความตั้งใจในการสร้างความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเอาไว้ด้วย

การสร้างความเชื่อมั่นให้กับตนเอง เมื่อมีเป้าหมายใด ๆ ในการทำงานแล้ว ก็อย่ามัวลังเลหรือไม่แน่ใจว่าตนเองจะทำได้สำเร็จหรือไม่ แต่ควรทำงานประจำอย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ เพราะจะเป็นหนทางพาคุณไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแท้จริงนั่นเอง

ความก้าวหน้าในงานประจำย่อมส่งผลดีในหลาย ๆ ด้านของชีวิตคุณ ทั้งฐานะทางการเงินที่มั่นคงมากขึ้นตามตำแหน่งการงานที่รับผิดชอบ ความมีหน้ามีตาในสังคมเมื่อดำรงตำแหน่งงานใหญ่ ๆ ที่มีความสำคัญ รวมทั้งสร้างความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการได้อย่างแท้จริง

วิธีสร้างความก้าวหน้าใน งานประจำ

งานประจำน่าเบื่อเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จได้อย่างไร

สิ่งที่คนทำงานจะได้จากงานประจำ

เมื่อรู้สึกเบื่องานประจำ คนส่วนใหญ่ก็ยังทนทำงานต่อไป เพราะงานหายากสำหรับทุกวันนี้ การทำงานประจำซ้ำ ๆ ซาก ๆ ทำให้เราเหมือนจะกลายเป็นหุ่นยนต์ไร้ชีวิตจิตใจเข้าไปทุกที เรื่องนี้อธิบายได้ว่าทำไมคนถึงเกลียดวันจันทร์ซึ่งเป็นวันทำงานวันแรก เกลียดเสียงนาฬิกาปลุก พอมาถึงที่ทำงานเปิดคอมพิวเตอร์แล้วรู้สึกร่างกายอ่อนล้า มีเอกสารกองโตและการประชุมที่น่าเบื่อ ความเบื่อหน่ายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เกิดกับงานประจำได้ทุกสาขาอาชีพ คนขับแท็กซี่เบื่อรถติดในชั่วโมงเร่งด่วนหรือระหว่างขับไปสนามบิน แม้แต่คนมีชื่อเสียงก็ยังเบื่ออาชีพของตัวเองได้เหมือนกัน

สิ่งที่คนทำงานจะได้จากงานประจำ

เชื่อหรือไม่ว่างานประจำอาจจะน่าเบื่อก็จริง แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้มองหาความแปลกใหม่และมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น หากคุณเห็นความจริงข้อนี้ควรนับว่าตัวเองโชคดี ความเบื่อสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในที่ทำงาน เป็นเรื่องธรรมดาที่งานไม่ตรงกับความสนใจซึ่งบางคนไม่เข้าใจ ได้แต่ทำหน้าที่เดิม ๆ เบื่อหน่ายมากขึ้นทุกวันโดยไม่มองหาสิ่งใหม่หรืออาชีพที่เหมาะกับตนเองมากกว่า ถ้าเบื่องานมาก ๆ ควรคิดทบทวนว่าทำไมถึงสมัครงานนี้ตั้งแต่แรก ถ้าเหตุผลคือต้องการรายได้ เงินเดือนสูง หรือไม่มีทางเลือกอื่น เมื่อถึงตอนนี้มาถึงจุดอิ่มตัวแล้วอาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่อาชีพใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ และอนาคตใหม่ที่น่าพอใจกว่าเดิม

ลองนึกภาพคุณทำภารกิจเดียวกันเป็นปี ไม่เติบโตและไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่เป็นใครก็ต้องเบื่อและเริ่มตั้งคำถามว่าบริษัทมองเห็นคุณค่าในตัวคุณน้อยเกินไปหรือไม่ ความรู้สึกนี้จะบั่นทอนกำลังใจและค่อย ๆ ลดแรงจูงใจในการทำงานลง บางคนทำงานหนักเกินไป เหนื่อยเกินไป จนรู้สึกเหมือนตนเองถูกดูดพลังไปจนหมด หรือบางคนมีเวลาว่างมากเกินไปรู้สึกสนใจงานน้อยลงก็เป็นปัญหาได้เช่นเดียวกัน

คนจำนวนมากพบว่าทำงานย่ำอยู่กับที่ ไม่มีความก้าวหน้า อาจเป็นเพราะไม่ได้รับโอกาสให้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ หรืองานประจำที่ได้รับมอบหมายไม่มีความท้าทายเอาเสียเลย ความเบื่อหน่ายจะเป็นสัญญาณเตือนให้สำรวจโอกาสการทำงานที่แตกต่างจากเดิม ทุกคนมีจุดแข็งและพรสวรรค์ต่างกัน ควรใช้ความสามารถของตนให้งานออกมาดีที่สุด ควรใช้ประโยชน์จากความหงุดหงิดไม่พอใจเป็นแรงผลักดันค้นหาทางเลือกที่จะหลุดจากสภาพน่าเบื่อที่เป็นอยู่

งานประจำน่าเบื่อเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จได้อย่างไร

ขอแนะนำว่าเลิกหมกมุ่นกับความเบื่อหน่าย หันมาใช้สมองคิดพัฒนาสิ่งใหม่ ให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ซึ่งจะวัดคุณภาพของตัวคุณว่ามีคุณค่ากับงานมากแค่ไหน รับรองว่าจะไม่มีที่ทำงานใดละเลยกับบุคลากรที่ดีอย่างคุณ เคล็ดลับความสำเร็จของคนทำงานไม่ได้มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายด้านประสิทธิภาพ แต่เน้นการเรียนรู้มากกว่า เพราะคุณอาจไม่ได้หยุดอยู่กับงานนี้หรือบริษัทนี้ไปตลอด แต่ก้าวไปสู่องค์กรใหญ่ที่มั่นคงกว่าในอนาคต คนที่อยู่ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลานานจะรู้สึกหมดไฟและกำลังสูญเสียตัวตนไป ลองพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ช่วยให้หายเบื่อซังกะตายหรือเลือกออกไปค้นหาอาชีพใหม่และสร้างความสุขให้กับชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม

ข้อดีของงานประจำที่คนรุ่นใหม่ควรรู้

ข้อดีของงานประจำที่คนรุ่นใหม่ควรรู้

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมที่จะทำงานแบบ Freelance หรือประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีรายได้ดีและไม่ต้องเข้าออกงานตามเวลา ที่สำคัญคือสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการจัดสรรเวลาเป็นของตัวเองได้เต็มที่

ในบทความนี้ เราได้รวบรวมข้อดีของการทำงานประจำในออฟฟิศมาฝากกัน เพื่อให้คนรุ่นใหม่มีข้อมูลในการที่จะพิจารณาเปรียบเทียบตัดสินใจในการเลือกทำงานมากขึ้น ดังนี้

1. ความมั่นคง

งานประจำเป็นงานที่มีความมั่นคง ถ้าสามารถทำงานได้ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ก็จะมีโอกาสเติบโตในสายงานขึ้นไปได้เรื่อย ๆ อย่างไม่จำกัด ซึ่งจะแตกต่างจากการทำงานแนวธุรกิจส่วนตัวหรือเป็นฟรีแลนซ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นกับภาวะของเศรษฐกิจและการจ้างงานจากนายจ้างเป็นหลัก

2. เงินเกษียณ

การทำงานประจำต่อเนื่องก็จะมีสิทธิ์ได้รับเงินบำเหน็จบำนาญในช่วงเกษียณหลัง 60 ปี ซึ่ง เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน โดยที่คุณไม่ต้องทำงานแล้ว ซึ่งเงินที่ได้อาจจะหลักหมื่นถึงแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว (ขึ้นอยู่กับตำแหน่งก่อนเกษียณ) แต่ถ้าเป็นการทำธุรกิจส่วนตัวหรืองานแบบรับจ้างรายชิ้นรายวัน ก็จะไม่สามารถหยุดได้แม้เกษียณ เว้นแต่ว่าคุณจะมีการนำเงินไปเก็บออมหรือลงทุนแล้วได้ดอกเบี้ยในการใช้จ่าย

3. สิทธิ์การเบิกค่ารักษาพยาบาล

สิทธิ์ประกันสังคมเป็นสิ่งที่คุณจะได้รับหากทำงานประจำเป็นลูกจ้างที่นายจ้างต้องมีการหักเงินเดือนส่งให้สำนักงานประกันสังคมทุกเดือน และยังมีการสมทบจากบริษัทให้อีกตามกฏหมายด้วย ซึ่งในระหว่างการทำงานหากคุณมีการเจ็บป่วยก็สามารถใช้สิทธิ์สำหรับค่ารักษาพยาบาลได้ด้วย (หากเป็นข้าราชการ จะได้เป็นสิทธิ์แบบข้าราชการ ที่เบิกค่ารักษาแก่บุคคลใกล้ชิดในครอบครัวได้ด้วย)

4. การไปอบรมพัฒนาความรู้

การอบรมพัฒนาศักยภาพตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปจะมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งจากตัวหลักสูตร ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ฯลฯ หากทำงานแบบประจำ ทางบริษัทจะมีงบประมาณที่จัดสรรไว้สำหรับพัฒนาความรู้ของพนักงานโดยเฉพาะ ทำให้คุณมีโอกาสที่ไปอบรมนอกสถานที่ได้อยู่เรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี โดยแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด แต่ถ้าคุณทำงานธุรกิจส่วนตัว นอกจากจะไม่มีเวลาที่จะไปพัฒนาตัวเองโดยง่ายแล้ว ยังต้องสูญเสียรายได้จากการต้องปลีกเวลาไปเรียน และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่กล่าวข้างต้นด้วยตัวเองอีก โอกาสในการพัฒนาตัวเองจึงน้อยลง

จะเห็นได้ว่า การทำงานประจำนั้นมีข้อดีอยู่หลายอย่างที่แตกต่างจากการทำงานแนวธุรกิจส่วนตัว เราหวังว่าบทความนี้จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับทุกท่าน ในการพิจารณาเลือกสายงานที่จะทำในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้นตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

ข้อดีของการทำงานประจำในออฟฟิศ

อันดับงานประจำ ที่ได้เงินเดือนมากที่สุด

“มนุษย์เงินเดือน” เป็นคำที่จำกัดความของคนที่ทำงานเพื่อรับเงินเดือน ซึ่งเงินที่ได้มาก็อาจจะหมดไปแบบเดือนชนเดือน แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วงานประจำบางงานสามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือนก็มี เก็บเงินกันแบบไม่ต้องเสี่ยงลงทุนอะไรเลย เพียงแค่เอาความสามารถเข้าแลกเท่านั้น บทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ ที่กำลังคิดว่าจะศึกษาต่อในคณะใดดี เพื่อเป็นแนวทางหากจะเลือกสายอาชีพที่ชอบ การเงินที่ใช่

5 อันดับงานประจำที่เงินเดือนสูงที่สุด

งานด้านอีคอมเมิร์ซ โดยเนื้องานคร่าวๆ ก็จะเป็นทำธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อนให้บรรลุเป้าหมายของลูกค้า เพื่อลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เป็นต้น โดยสายอาชีพนี้มีเงินเดือนสูงตั้งแต่เริ่มทำงานในระดับเจ้าหน้าที่ ด้วยอัตราเงินเดือน 2-3 หมื่นบาท และจะทะยานสูงสุดที่ระดับผู้บริหาร ด้วยอัตราเงินเดือน 9 หมื่นไปถึง 1.5 แสนบาท เลยทีเดียว ด้วยเงินเดือนระดับนี้ หากไม่ฟุ่มเฟือยในการใช้จ่ายมากเกินไป ก็สามารถเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ภายในเวลาไม่ถึงปีเท่านั้น

งานวิทยาศาสตร์/วิจัย/พัฒนา เป็นงานเกี่ยวกับการตรวจสอบ วิจัยส่วนประกอบของสารเคมีในผลิตภัณฑ์ รวมถึงจัดทำแผนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอีกด้วย ถือเป็นงานในดวงใจของสายวิทย์หลายคนเพราะเงินเดือนในระดับเจ้าหน้าที่สูงถึง 2-3 หมื่นบาท และในระดับผู้บริหารก็สูงถึง 1-5 แสนบาทกันเลยทีเดียว เรียกว่าเด็กเนิร์ดก็ปั้นเงินล้านได้แบบสบายๆเลย

งานด้านโทรคมนาคม เป็นงานเกี่ยวกับการสื่อสารทางไกล โดยใช้สัญญาณไฟฟ้าหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการนำส่งสัญญาณ โดยอาชีพนี้มีเงินเดือนในระดับเจ้าหน้าที่ 2-3 หมื่นบาท และสูงสุดในตำแหน่งระดับผู้บริการจะอยู่ที่ 9 หมื่นไปถึง 1.5 แสนบาท หากใครที่รักในสายอาชีพนี้ นอกจากจะทำงานอย่างมีความสุขแล้ว การเงินก็มีความสุขด้วยเช่นกัน

งานการตลาด/งาน PR สำหรับนักการตลาดโดยเฉพาะ ทำหน้าที่ในการโฆษณาสินค้า จัดงานอีเว้นท์ งานแสดงสินค้า งานสัมมนา สร้างยอดขายโดยใช้สื่อต่างๆ หรือก็คือทำหน้าที่ในการจัดกิจกรรมทางการตลาดนั่นเอง โดยในระดับเจ้าหน้าที่ 2-3 หมื่นบาทและสูงสุดคือผู้บริหารได้รับเงินเดือนถึง 9 หมื่นไปถึง 1.3 แสนบาท

งานประกันภัย ในปัจจุบันคนที่ขายประกันภัยมีเยอะมากทีเดียว เพราะคนส่วนใหญ่เริ่มเห็นความสำคัญของการเอาประกันแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคนที่ทำอาชีพนี้จะต้องมีทักษะในการพูดสักหน่อย เพราะงานนี้คืองานขายจึงต้องขายให้เป็น โดยในระดับเจ้าหน้าที่ 2-3 หมื่นบาท และในระดับผู้บริหารจะมีช่วงเงินเดือน 9 หมื่นไปถึง 1.4 แสนบาท หากใครที่รู้ตัวว่ามีพรสรรค์ในด้านงานขาย การทำงานด้านประกันภัยก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย

อันดับงานประจำ ที่ได้เงินเดือนมากที่สุด

นอกจาก 5 อันดับนี้แล้ว เชื่อว่ายังมีงานในดวงใจของใครหลายๆคนที่คิดว่างานเหล่านั้นก็ได้เงินมากเช่นกัน แต่ข้อสำคัญก็คือเราจะต้องรักในสิ่งนั้นๆด้วย เพราะหากได้เงินเยอะแล้วแต่ไม่สบายใจที่จะทำ ก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ตอบโจทย์นัก ดังนั้นเราจึงควรเลือกงานที่ชอบเป็นหลัก เงินเดือนอยู่ในระดับที่พอใจแม้อาจจะไม่สูงมากอย่างที่คาดหวังแต่แรก เพราะอย่าลืมว่าเราทำงานเพื่อใช้ชีวิต ไม่ใช่ใช้ชีวิตเพื่อทำงาน

ทำไมคนส่วนใหญ่ ถึงเกลียดงานประจำ

ทำไมคนส่วนใหญ่ ถึงเกลียดงาน

1. คงอาชีพเดิมตั้งแต่เรียนจบ

เมื่อคุณเป็นคนที่มีแต่ความอยากหาเงิน เลยหาช่องทางอาชีพในอนาคตไม่ได้ หลังจากที่ทำงานมานานหลายปี จึงทำให้คุณขังตัวเองอยู่ในช่องแคบของการหาเงิน และยิ่งถ้าคุณเงินเดือนสูง ก็จะทำให้คุณกลัวที่จะย้ายงานหรือหางานใหม่จึงไม่แปลกที่จะต้องเจอกับอาชีพเดิม ๆ จำเจ ไปตลอด

2. แรงจูงใจภายนอก

การที่คุณได้รับเงินเดือน จะทำให้เกลียดงานที่ทำอยู่มากขึ้น ปกติคนเราจะมีความสุขจากการกระทำมากกว่าเงินที่ตัวเองได้รับ

3. กำลังคิดว่าตัวเองทำงานผิดจุดประสงค์

เพราะคำว่าเงิน คุณจึงไม่สามารถทำในสิ่งที่อยากทำได้ เด็กสมัยนี้มีความฝันอยากประกอบอาชีพพ่อค้าแม่ค้า แต่ต้องตั้งใจเรียน เพื่ออาชีพที่มั่นคงกว่าในอนาคต

4. ไม่ได้ใช้ความสามารถในงาน

คุณรู้สึกเหมือนทำงานธรรมดา ๆ ทั้ง ๆ ที่ความสามารถของคุณมีมากกว่านั้น และยิ่งถ้าไม่ได้ทำงานตรงกับสิ่งที่ตัวเองฝันไว้ ก็จะรู้สึกว่าไม่ได้เรียนรู้อะไรจากงานที่ทำอยู่

5. งานที่ทำไม่มีความหมาย

การที่คุณต้องนั่งทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อแลกเงินเดือน คุณจะรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ไม่มีความหมายกับตัวเองเลย และคุณก็จะรู้สึกว่าเวลาที่ยุ่ง ๆ กับการนั้นมันก็แค่เวลาที่มาทำให้หมดไปวัน ๆ มันจะเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะทุ่มความสนใจให้กับงานที่ไม่ชอบ

6. โดนบังคับ

หากคุณโดนบังคับให้ทำงาน คุณคงไม่ชอบแน่ ๆ และไม่มีใครอยากโดนบังคับให้ทำงานให้ทำงานเป็นปี ๆ ถ้าหากมีคนบังคับให้คุณทำ แม้สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่คุณชอบก็ตาม ยังไงคุณก็ต้องเบื่อ และต้องเกลียด จริง ๆ แล้วไม่มีใครเบื่องานที่ทำ แต่เบื่อกับการโดนบังคับซะมากกว่า

7. ไม่สามารถควบคุมอะไรได้

นี่ก็ถือว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณไม่ชอบงานของตัวเอง หากคุณไร้ซึ่งอำนาจ ความชอบในการทำงานนั้น ส่วนใหญ่มักเกิดจากการมีอำนาจและมีตัวตนอยู่ในสถานที่ทำงาน ถ้าคุณได้ทำงานจากการตัดสินใจของผู้อื่น คุณจะเบื่อหน่ายกับการทำงานนั้นทันที

ทำไมคนส่วนใหญ่ ถึงเกลียดงานประจำ

การพัฒนาตัวเองให้เยี่ยมยอด สูตรสำหรับพนักงานประจำ 2018

การพัฒนาตัวเองให้เยี่ยมยอด สูตรสำหรับพนักงานประจำ 2018

ปัจจุบันเป็นยุคที่มีการแข่งขันกันสูงทั้งทางเศรษฐกิจและทางสังคม ซึ่งส่วนหนึ่งก็ทำให้เกิดการช่วงชิงตำแหน่งงานที่ดี มีผลตอบแทนสูงในองค์กรต่าง ๆ เรียกได้ว่า มีบุคคลที่มีฝีมือ และมีความสามารถจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะเข้ามานั่งเก้าอี้แทนที่คุณตลอดเวลา หากคุณหยุดนิ่งไม่พัฒนาตัวเอง ดังนั้น เราจึงขอนำเสนอวิธีการพัฒนาตัวเองให้เป็นพนักงานยอดเยี่ยมฉบับปี 2018 ดังนี้

ค้นหาจุดบกพร่องของตัวเอง

เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักที่ใครก็ตามจะยอมรับว่าตัวเองมีข้อด้อยหรือข้อจำกัดอะไรที่เป็นสิ่งกีดขวางความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือทำให้คนรอบข้างเอือมระอาอยู่เสมอ แต่หากเปิดใจยอมรับในจุดนี้และรีบแก้ไขก่อนที่จะเกิดผลเสียในการทำงานเป็นทีม ก็จะย่อมเห็นผลลัพธ์ที่ดี ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างแน่นอน

ทำบททดสอบด้านจิตวิทยาดูบ้าง

หากอยู่ในช่วงเวลาที่สับสนในชีวิต หรือค้นหาความเป็นตัวเอง สามารถใช้ตัวช่วยดี ๆ อย่างบททดสอบและวิเคราะห์ทางจิตวิทยาที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งในปัจจุบันมีบริการแบบออนไลน์ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ อันจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการสำรวจและทำความเข้าใจกับตัวเองในเชิงลึก นำมาซึ่งความเข้าใจในเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกค้า ฯลฯ ด้วยเช่นกัน

สร้างเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม

การทำงานด้วยความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในด้านใดด้านหนึ่งที่คุณรู้สึกว่าเป็นความท้าทายที่มีความเป็นไปได้ จะทำให้คุณเกิดพลังและความกระตือรือร้นยิ่งกว่าที่เคย ซึ่งจะ ทำให้เกิดออร่าความสดใสที่ใคร ๆ รอบตัวก็สามารถสังเกตและอยากร่วมงานกับคุณ เพราะเขารู้สึกว่าคุณจะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ทีมมีความก้าวหน้าด้วยไอเดียเจ๋ง ๆ อย่างแน่นอน

เข้าคอร์สเสริมบุคลิกภาพและอัพเดตการเรียนรู้

การทำงานแต่ภายในองค์กรโดยที่ขาดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคคลภายนอกทั้งเชิงทัศนคติ เทคโนโลยีและวิชาการ ย่อมทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและเฉื่อยชาลงไปเรื่อย ๆ ทั้งยัง ทำให้สูญเสียบุคลิกภาพแห่งความเป็นผู้นำที่รอบรู้และน่าเกรงขามไปด้วย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ ต้องหาโอกาสไปอบรมสัมมนากับองค์กรภายนอก หรือเข้าคอร์สด้านบุคลิกภาพเพื่อเรียกความมั่นใจและเป็นการอัพเดตตัวเองในสายงานประจำอย่างดีที่สุด

วิธีการที่เราแนะนำไป หวังว่าจะเป็นประโยชน์และจุดไฟในการทำงานประจำของหลายคนให้กลับมาอีกครั้ง แม้บางทุกท่านจะรู้สึกว่างานประจำเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายแต่ก็ยังมีข้อดีในงานประจำอีกมากมายที่ควรคำนึงถึง เช่น สิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาพยาบาล การมีโอกาสได้โบนัสก้อนโต ฯลฯ ซึ่งเราขอเป็นกำลังใจและขอให้ทุกท่านไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อให้มีความเติบโตในหน้าที่การงานของท่านอย่างงดงามต่อไป

การพัฒนาตัวเองให้เยี่ยมยอด สูตรสำหรับพนักงานประจำ

อยากให้หัวหน้าเพิ่มเงินเดือนงานประจำ ทำอย่างไรดี

อยากให้หัวหน้าเพิ่มเงินเดือนงานประจำ ทำอย่างไรดี

สำหรับคนที่ทำงานบริษัท หรือเป็นพนักงานประจำในที่เดิม ๆ มาหลายปี การมีเงินเดือนที่สมกับความสามารถและภาระงาน เป็นการสร้างความภาคภูมิใจและสร้างกำลังใจในการทำงานได้อย่างมาก แต่จะมีวิธีการทำอย่างไรให้หัวหน้าเพิ่มเงินเดือนให้ เรามาดูกัน

อยากให้หัวหน้าเพิ่มเงินเดือนงานประจำ

พื้นฐานของการคิดระดับเงินเดือน

เมื่อแรกเข้า จะมีการพิจารณาอัตราค่าจ้างให้ตามวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ (หากมี) ซึ่งในระยะแรกหลังการเรียนจบ คนส่วนใหญ่ไม่มีเรื่องประสบการณ์มาเป็นฐานในการคิดเงินเดือนสักเท่าใดนัก แต่เมื่อผ่านช่วงเวลาหนึ่ง การสั่งสมความรู้ ทักษะที่จำเป็นในงานแต่ละชนิดจนเกิดคุณค่าในเนื้องานจะเป็นตัวที่บ่งบอกได้อย่างมากว่าคุณคู่ควรกับการขึ้นเงินเดือนหรือยัง

นอกจากนี้ การได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับเพื่อนหรือคนในวงการเดียวกันที่ทำงานประจำในบริษัทอื่น จะสามารถรู้ได้ว่าคุณอยู่ในเกรดดี-ดีมาก ที่ควรมีค่าจ้างที่เท่าไรต่อเดือนถึงจะคุ้มค่าต่อความทุ่มเทในงาน

คำติชมและคำวิจารณ์ของคนในที่ทำงาน

การมีหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงานที่หวังดีต่อคุณ จะเป็นประโยชน์ทั้งในการทำงานที่ราบรื่น และเป็นตัวชี้ได้เหมือนกันว่าคุณมีผลงานที่น่าพึงพอใจเพียงใดเมื่อเทียบกับคนอื่น เช่น หากหัวหน้ามีคำชมมากกว่าคำติให้คุณเสมอ (ต้องแยกให้ออกระหว่างการวิจารณ์เพื่อให้เกิดการต่อยอดงานที่เป็นระดับเทพอีกขั้น) และเพื่อนร่วมงานมักยึดคุณเป็นแกนนำด้านความคิด หรือการลงมือในโปรเจคกลุ่ม ก็แสดงว่าคุณอยู่ในระดับหัวกะทิที่ควรมีการสนับสนุนทั้งด้านเงินรายได้ และตำแหน่งที่สูงขึ้นได้แล้ว

นอกจากนี้ หากมีการลาออกของเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งที่สูงกว่า คุณก็ควรศึกษาว่าตำแหน่งนั้นมีค่าตอบแทนเหมาะสมเพียงใด เผื่อว่าคุณจะเสนอตัวต่อหัวหน้างานในการเลื่อนขั้น และยกระดับเงินเดือนที่คุณพึงพอใจในเวลาเดียวกันไปเลย

สร้างบุคลิกภาพที่ดีในการเจรจากับหัวหน้า

ในการคุยเรื่องสำคัญ อย่างการต่อรองขึ้นเงินเดือน ควรดูเรื่องเสื้อผ้าการแต่งกาย ทรงผม การแต่งหน้าที่พอเหมาะ ทั้งต้องเตรียมลำดับการพูดว่าควรเริ่มและจบที่ตรงไหน จึงจะทำให้การเจรจาดูกึ่งทางการและมีน้ำหนักทำให้หัวหน้านำไปพิจารณาในท้ายที่สุด การพูดแบบทีเล่นทีจริง ไม่เหมาะกับสถานการณ์แบบนี้ และจะทำให้เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในเจรจาลดน้อยลง

อยากให้หัวหน้าเพิ่มเงินเดือนงานประจำ ทำอย่างไรดี

การทำงานประจำ โดยทั่วไปมีการขึ้นเงินเดือนตามเกณฑ์และระยะเวลาเฉลี่ย เช่น ทุก 2-3 ปี แต่หากคุณรู้สึกว่าคุณมีพัฒนาการและความรับผิดชอบที่มากเกินกว่าค่าเฉลี่ย และมีโอกาสการก้าวหน้าในอาชีพอีกมากคอยอยู่ ไม่เป็นเรื่องผิดแต่อย่างใดที่จะขอขึ้นเงินเดือนให้สมกับความทุ่มเทและความสามารถของคุณ

ถึงไม่ได้ทำงานประจำ ก็ทำประกันสังคมได้

รู้ไว้ได้ประโยชน์ ถึงไม่ได้ทำงานประจำ ก็ทำประกันสังคมได้

การที่ปัจจุบัน  เราต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในชีวิต ประกอบกับการมีภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นทุกวัน หลายคนจึงเริ่มวางแผนการเงิน และต้องการทำประกันสังคมเพื่อรองรับความเสี่ยงกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือมีความเจ็บป่วยในอนาคต แต่ก็ยังมีข้อสงสัยและความกังวลใจอยู่ว่า กรณีเป็นบุคคลทำงานอิสระ เป็นแม่บ้านหรือไม่มีงานประจำ จะสามารถทำได้ หรือไม่  เราจึงรวบรวมหาคำตอบมาไว้ให้ที่นี่แล้ว

ไม่ได้ทำงานประจำ ก็ทำประกันสังคมได้

ไม่มีงานประจำก็สมัครในมาตรา 39  หรือ 40 ได้

การทำประกันสังคม  หากเป็นคนที่ไม่เคยทำงานในองค์กร หรือสังกัดหน่วยงานใดมาก่อน สามารถสมัครเป็นผู้ประกันต่อเนื่องในมาตราที่ 40 ได้เลย ในกรณีเคยมีสิทธิประกันสังคมมาก่อน (จะเรียกว่ามาตรา 33) ในช่วงทำงานประจำ แต่ปัจจุบันเพิ่งลาออกมา (ช่วงเวลาไม่เกินหกเดือน) เพื่อทำอาชีพอิสระหรือเป็นแม่บ้าน ก็ต้องสมัครเป็นผู้ประกันตนเองในมาตรา 39  คือ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองเดือนละ 432 บาท โดยหักบัญชีธนาคารหรือชำระเงินสดตามเคาน์เตอร์บริการ เช่น โลตัส 7-11 เพื่อรักษาสิทธิประกันสังคมต่อ

สิทธิประโยชน์ต่างกันอย่างไรระหว่างประกันสังคมมาตรา 39  และ40

ผู้ประกันตัวเองในมาตรา 39 จะมีสิทธิตามกฎหมายอยู่หกด้าน คือ กรณีเจ็บป่วยรักษาตัวที่โรงพยาบาล กรณีคลอดลูก เมื่อมีเหตุทำให้พิการ (ทุพพลภาพ) เงินช่วยค่าทำศพ หากเสียชีวิต สิทธิในการสงเคราะห์บุตร และเบี้ยชราภาพ ส่วนผู้มีสิทธิประกันสังคมในมาตรา 40 จะได้ 4 สิทธิ์ คือ ชดเชยการขาดรายได้หากป่วยต้องนอนโรงพยาบาล (จะได้ในอัตรา 200 บาท ต่อวัน แต่ห้ามเกิน 30 วันต่อปี) หรือพิการ (ได้รับเงิน 500  ถึง 1000 บาททุกเดือน) ค่าทำศพกรณีเสียชีวิต (จะได้รับเงิน 2หมื่นบาท) และเงินบำเหน็จชราภาพ (จะได้รับทั้งส่วนเงินต้นที่ส่งสะสม และดอกเบี้ยเมื่ออายุ 60 ปี)

รู้ไว้ได้ประโยชน์ ถึงไม่ได้ทำงานประจำ ก็ทำประกันสังคมได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสิทธิประโยชน์เงินบำเหน็จชราภาพ ผู้ทำประกันสังคมสามารถเลือกเองได้ว่าจะต้องการสิทธิ์นี้หรือไม่  หากไม่ต้องการก็ชำระเงินสมทบเพียง 100 บาททุกเดือน แต่หากต้องการรักษาสิทธิ์นี้ต้องส่งเดือนละ 150 บาท

ดังนั้นจุดแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างมาตรา 39  และ 40 คือ การที่มาตรา 40 จะไม่มีการได้สิทธิ์ช่วยค่าใช้จ่ายกรณีเจ็บป่วย คลอดลูก สงเคราะห์บุตร แต่สามารถใช้สิทธิ์บัตรทอง หรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า สำหรับการดูแลค่าใช้จ่าย (ค่ายา ค่าห้องพักรักษาตัวกรณีต้องค้างในโรงพยาบาล)  ทั้งนี้มีข้อกำหนดว่า ต้องเป็นสถานพยาบาลที่มีตัวเองมีสิทธิ์อยู่ เท่านั้น (สามารถเช็คผ่านเว็บไซต์ หรือสำนักงานเขตที่มีทะเบียนบ้านอยู่)

การทำประกันสังคมสำหรับผู้ไม่มีงานประจำ ไม่ว่าเลือกเป็นมาตรา 39  หรือ 40 ก็ย่อมมีประโยชน์ต่อตัวของผู้ทำประกันสังคมเอง รวมถึงครอบครัวและผู้ที่เป็นทายาทของผู้ใช้สิทธิ์ด้วย (เช่น ลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ) จึงควรศึกษาข้อมูลและทำไว้เสียแต่เนิ่น ๆ  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรสอบถามสำนักงานประกันสังคมได้ที่เบอร์อัตโนมัติ 1506

อย่าเพิ่งลาออกจากงาน ถ้ายังไม่ได้เตรียมตัวกับสิ่งเหล่านี้

อย่าเพิ่งลาออกจากงานประจำ ถ้ายังไม่ได้เตรียมตัวกับสิ่งเหล่านี้

อย่าเพิ่งลาออกจากงานประจำ ถ้ายังไม่ได้เตรียมตัวกับสิ่งเหล่านี้

เคยเป็นบ้างไหม? ที่ตัวคุณเองและคนรอบข้างในที่ทำงาน มาปรับทุกข์กันในเรื่องปัญหาที่เกี่ยวข้องกับงานประจำที่ทำกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือลักษณะของงานที่ทำ จนมีความคิดว่าอยากลาออกอยู่เป็นระยะ ๆ แต่ทั้งนี้ หากคิดจะลาออกด้วยอารมณ์ที่ขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ก็จะกลายเป็นการสร้างปัญหาใหญ่ตามมาเช่นกัน ถ้าอย่างนั้น เรามาดูกันว่าสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนการลาออกจากงานประจำมีอะไรบ้าง

1. มีแหล่งรายได้จากที่อื่นมาทดแทนหรือยัง

ก่อนการลาออกจากบริษัทเดิม คุณควรมีแหล่งรายได้ใหม่เสียก่อนไม่ว่าจะเป็นรายได้ประเภทรายเดือน หรืองานแบบฟรีแลนซ์ รับเป็นจ๊อบ ก็ไม่ว่ากัน หากสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในแต่ละวันและเพียงพอต่อภาระครอบครัวได้เป็นอย่างน้อยในระยะ 6 เดือน หลังเปลี่ยนงาน

2. ทบทวนสิ่งที่ได้จากงานประจำที่ทำอยู่

ก่อนการลาออกจากงานประจำแบบเดิม คุณต้องตอบตัวเองให้ได้เสียก่อนว่าเหตุใดจึงทำงานที่นี่ได้เป็นเวลาหลายปี หากงานประจำที่ทำอยู่ไม่มีข้อดีเอาเสียเลย เพราะนั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่สามารถหยุดรั้งความคิดชั่ววูบ เมื่อมีอารมณ์เบื่อหรือเซ็งสุด ๆ ได้ เช่น ต้องการสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลให้แก่ตัวเอง บิดามารดาและบุตร ต้องการโอกาสในการสร้างชื่อเสียงในองค์กรระดับประเทศ เป็นต้น

อย่าเพิ่งลาออกจากงานประจำ ถ้ายังไม่ได้เตรียมตัว

3. มีเป้าหมายอย่างไรในชีวิตระยะสิบปีข้างหน้า

ในการทำงานทุกที่ย่อมมีแนวทางที่ชัดเจนว่าคุณสามารถเติบโตไปได้ไกลเพียงใด หากคุณยังทำงานประจำที่เดิมต่อไป ยังสามารถเลื่อนขั้นขึ้นตำแหน่งสูงขึ้นไปได้เรื่อย ๆ ซึ่งงานแบบไม่ประจำหรืองานแบบฟรีแลนซ์ย่อมขาดสิ่งนี้ หากเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คุณยังตัดใจไม่ได้ ก็ควรชะลอความคิดจะลาออกไว้เสียก่อน

4. งานใหม่ที่คอยอยู่ตอบโจทย์ความต้องการไหม

คุณได้ถามตัวเองแน่ชัดหรือยังว่างานใหม่ที่อยากทำนั้นเป็นสิ่งที่ใช่ หรือให้ในสิ่งที่งานประจำให้ไม่ได้หรือเปล่า เช่น สามารถทำให้คุณนอนตื่นสายขึ้นได้ ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางวันละหลายชั่วโมง ทำให้คุณสามารถดูแลบิดามารดาผู้สูงวัยที่บ้านได้มากยิ่งขึ้น เป็นต้น

อย่าเพิ่งลาออกจากงานประจำ

5. พร้อมรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนหรือเปล่า

หากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่ออาชีพที่หน้าที่การงานไม่แน่นอน ประเภทงานฟรีแลนซ์ คุณพร้อมรับความเสี่ยงจุดนี้หรือไม่ ก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องคิดเผื่อไว้ล่วงหน้าด้วยเช่นกัน

การทำงานประจำมีข้อดีและข้อจำกัดเช่นเดียวกับงานประเภทอื่น ๆ จึงต้องไตร่ตรองให้ดีก่อนเสมอ หากยังไม่แน่ใจก็ขอให้อาศัยความอดทนและหมั่นเสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเองไปก่อน รอจนกว่าจะถึงจังหวะที่เหมาะสมค่อยตัดสินใจอีกครั้งก็ยังไม่สาย