5 เคล็ดลับช่วยให้การทำงานประจำมีความสุขมากขึ้น

5 เคล็ดลับช่วยให้การทำงานประจำมีความสุขมากขึ้น

มีคำกล่าวว่าคนเราใช้ชีวิต 30 – 40% หมดไปกับการทำงาน ซึ่งเกือบเป็น 1 ใน 3 ของเวลาชีวิตเราเลยก็ว่าได้ แม้บางครั้งเราจะป่วย เครียด หรือมีปัญหาส่วนตัวต่าง ๆ แต่เราก็ต้องฝืนไปทำงานเพื่อที่จะสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับชีวิตตัวเองรวมทั้งคนที่เรารัก หลายคนต้องฝืนทำงานไปวัน ๆ แบบไม่มีความสุข อยากเลิกก็เลิกไม่ได้เพราะมีภาระต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบ ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ 5 เคล็ดลับช่วยให้การทำงานประจำมีความสุขมากขึ้น

1.รักษาสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน
เพราะทุกคนล้วนมีข้อจำกัดในชีวิตไม่เหมือนกัน บางคนมีข้อจำกัดต้องเลิกงานตรงเวลาเพื่อไปรับลูกที่โรงเรียน หรือบางคนที่ยังไม่มีลูกก็สามารถทุ่มเทเวลาทำงานได้เต็มที่เพื่อเพิ่มรายได้ ประเด็นก็คือมันไม่สำคัญว่าข้อจำกัดของเราคืออะไร แต่เราต้องหาจุดสมดุลระหว่างทั้งสองสิ่งนี้ให้ได้ และไม่ควรฝืนด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป เพราะมันจะทำให้เราไม่มีความสุขไม่ว่าด้านไหนก็ตาม ฉะนั้น การควบคุมตารางเวลาของตัวเองไม่ว่าจะใช้ไปกับเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ

2.พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
สาเหตุสำคัญอีกส่วนหนึ่งของการรู้สึกไม่มีความสุขกับงานประจำก็คือการย่ำอยู่กับที่ไม่ก้าวหน้าไปไหนนั่นเอง ซึ่งขัดกับธรรมชาติของคนเราที่มีความทะเยอทะยานและชอบอะไรใหม่ ๆ โดยเฉพาะสิ่งที่ทำเงินได้มากขึ้น ฉะนั้น การเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอจะช่วยให้เรามีทักษะหรือความเชี่ยวชาญใหม่ ๆ ที่จะเพิ่มโอกาสให้หน้าที่การงานของเราก้าวหน้ามากขึ้น

3.หาโอกาสใหม่ ๆ ให้ตัวเองเสมอ
ธรรมชาติของคนเราย่อมต้องชอบลองอะไรใหม่ ๆ รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใจ ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่การทำงานเดิม อยู่กับสังคมแบบเดิม เพื่อนร่วมงานที่คุ้นเคย จะทำให้ชีวิตการทำของเรารู้สึกหมดความสุข หมดความท้าทายในการทำงาน แม้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่หากใครที่กำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ การมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในเวลาที่เหมาะสมก็ถือเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยให้การทำงานประจำมีความสุขมากขึ้น

4.วัฒนธรรมองค์กรเหมาะกับไลฟ์สไตล์แค่ไหน
เวลาคนเราต้องทนอยู่กับอะไรที่เข้ากันไม่ได้ จะให้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขก็คงยาก เช่นเดียวกับการทำงานที่องค์กรบางแห่งอาจมีวัฒนธรรมที่ไม่เข้ากับวิถีชีวิตหรือนิสัยส่วนตัว จะฝืนทำไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะพอได้ แต่จะมีความสุขแค่ไหนนั้นก็อีกเรื่อง ยกตัวอย่าง หากเราทำงานกับบริษัทที่เป็นคนไทยด้วยกัน เรื่องความตรงต่อเวลาอาจไม่ใช่เรื่องเคร่งครัดเท่ากับลำดับอาวุโส แต่หากเราทำงานบริษัทต่างชาติที่เคร่งเรื่องวินัยอย่างบริษัทญี่ปุ่นแล้ว ความตรงต่อเวลาและวินัยในการทำงานถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นต้น ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดคือหาองค์กรที่มีวัฒนธรรมการทำงานที่เหมาะกับเรานั่นเอง

5.เลือกงานให้เหมาะกับทักษะการเข้าสังคม
เคยมีคำกล่าวว่า “การทำงานก็คือการเข้าสังคมอย่างหนึ่ง” เพราะเราต้องอาศัยการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน การพูดคุยกับลูกค้า ไปจนถึงการสื่อสารกับหัวหน้าของเรา พูดง่าย ๆ ว่า ไม่ว่าจะเป็นงานระดับไหนก็ต้องใช้ทักษะการเข้าสังคมด้วยกันทั้งนั้น หมายความว่าเราต้องเลือกงานให้เหมาะกับทักษะการเข้าสังคมของตัวเอง ยกตัวอย่าง หากเราเข้าสังคมไม่เก่ง ไม่ถนัดเรื่องการพูดคุยกับคนแปลกหน้า เราก็ควรเลี่ยงงานที่ต้องออกไปพบกับลูกค้าโดยตรง เช่น งานวิเคราะห์ข้อมูลหน้าคอมพิวเตอร์ หรืองานนั่งโต๊ะที่ไม่ต้องออกไปพบลูกค้า เป็นต้น แต่ทางที่ดีเราควรเรียนรู้การเข้าสังคมให้ได้มากที่สุดจะดีกว่า

ไม่ว่าคุณจะทำงานประจำอะไรอยู่ เพิ่งเริ่มทำหรือทำมานานแค่ไหน ก็ต้องประเมินดูว่างานที่ทำอยู่นั้นตอบสนองความต้องการของคุณมากน้อยแค่ไหน ทั้งเรื่องของเวลาว่างที่จะทำอย่างอื่นที่อยากทำ ความเคร่งเครียด ค่าตอบแทน ความสุขในการทำงาน ความสะดวกในการใช้ชีวิต เพื่อหางานที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด