แนวทางปรับตัว ร่วมกับเจ้านายได้ดีเยี่ยม

ต้องทำงานร่วมกับเจ้านาย

งานที่ออฟฟิศ นอกจากจะมีการสร้างผลงานแล้วก็จะมีการปฏิสัมพันธ์ติดต่อประสานงานกับคนรอบตัว ทั้งเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หน่วยงานธุรกิจหรือหน่วยงานอื่นที่มีความเกี่ยวโยงสัมพันธ์กัน จึงควรรับรู้ในเรื่องความเข้าใจการทำงานร่วมกันโดยเฉพาะกับเจ้านายซึ่งเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตการทำงานอย่างสูง ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีวิธีการทำงานประจำร่วมกับเจ้านายได้ดีเยี่ยม เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณไม่มากก็น้อย

เมื่อคุณต้องทำงานประจำ ขอแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการฝึกตัวเองให้มีความรู้ให้แตกฉานจริง เพราะจะทำให้เป็นคนที่มีคุณค่า มีประโยชน์ต่อหน่วยงานหรือองค์กร เมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้านายก็จะมีความเกรงใจคุณ ควรฝึกตัวเองให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ หากมีหน้าที่เขียนประวัติทีมฟุตบอลใน พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ก็ควรหาข่าวสารความรู้วงการฟุตบอลอังกฤษเพิ่มให้มากๆ ทั้งในเวลางานและนอกเวลา

แม้ว่าจะมีฝีมือดีในการทำงานประจำ แต่ก็อย่าทำตัวเองเป็นคนต้นทุนสูงเกินไปในการใช้งาน ไม่มีทิฐิมานะหรือความถือตัว หมายความว่า ฝีมือดีแต่ทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้เลยเนื่องจากมีความถือตัวหรือทิฐิมานะมาก ทรนงนึกว่าตัวเองเก่งมีความรู้ความสามารถ จึงไม่ยอมฟังใคร ส่งผลให้คนอื่นที่ทำงานด้วยกันเกิดความเบื่อหน่าย เปรียบเสมือนสินค้าที่มีคุณภาพดีแต่มีราคาที่แพงเกินไป ทำให้ไม่มีคนซื้อ แต่จะไปซื้อสินค้าที่มีคุณภาพที่รองลงมาในราคาที่ถูกกว่า เพราะฉะนั้นหากใครที่ทำตัวเองให้เป็นคนที่มีค่าใช้จ่ายแพงเกินไปในการทำงานหรือทำงานกับคนอื่นไม่ได้ คอยข่มคนอื่นหรือเจ้านายและมีการสร้างปัญหามากมาย เจ้านายก็จะเห็นว่าไม่คุ้มเลย เจ้านายก็จะเลือกคนที่มีฝีมือหย่อนกว่าแต่ทำงานเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้

หากใครที่รู้ตัวว่ามีลักษณะดังกล่าวและอยากทำงานประจำให้ไปได้ดี ควรมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่มีทิฐิมานะหรือไม่ถือตัวพร้อมให้เกียรติทุกคน ก็จะทำให้เจ้านายหรือผู้บังคับบัญชามีความชื่นชมและยอมรับ

รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับสไตล์ของเจ้านาย

การปรับตัวเริ่มต้นจากการทราบจุดอ่อนและจุดแข็งหรือความชอบและไม่ชอบของคนในที่ทำงานหรือเจ้านาย เช่น เจ้านายบางคนชอบเร็ว คุณก็ควรทำงานให้ทันใจ ถึงแม้ว่างานที่ทำจะมีความประณีตหย่อนบ้างก็ตาม ในทางตรงข้ามหากเจ้านายที่ชอบความละเอียด ส่งงานช้าก็ไม่เป็นไรแต่งานจะต้องมีคุณภาพ ซึ่งเมื่อคุณได้มีการปรับให้เข้ากับสไตล์เจ้านายอย่างพอดี การทำงานประจำก็จะมีความราบรื่น

การทำงานร่วมกับเจ้านายได้ดีเยี่ยมดังกล่าวข้างต้น นอกจากเป็นวิธีที่ใช้กับเจ้านายแล้ว ยังสามารถใช้กับเพื่อนร่วมงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวโยงกันได้อีกด้วย รวมถึงเป็นการฝึกปรับตัวเข้าหาผู้อื่นในชีวิตประจำวัน นี่เรียกว่าเป็นข้อดีงานประจำอย่างหนึ่งเลย ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากทำงานด้วยความเข้าใจคนในที่ทำงาน อย่าลืมลองนำเทคนิควิธีข้างต้นไปใช้ แล้วคุณจะพบว่าไม่ว่าองค์กรไหนก็ต้องการคุณมาร่วมงานอย่างไม่ต้องสงสัย

ข้อดีของการทำงานประจำที่คนรุ่นใหม่ควรรู้

ข้อดีของการทำงานประจำที่คนรุ่นใหม่ควรรู้

ข้อดีของการทำงานประจำที่คนรุ่นใหม่ควรรู้

เราต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่นิยมหันมาทำธุรกิจส่วนตัวหรือทำงานแบบฟรีแลนซ์ที่มีความเป็นอิสระคล่องตัวสูง ทำงานจากที่ใดก็ได้ เช่น บ้าน ร้านกาแฟ ฯลฯ ทั้งยังเข้ากับไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบมากกว่าการทำงานแบบประจำทั้งในภาครัฐและเอกชน แต่อย่างไรก็ตาม การทำงานประจำก็มีข้อดีหลายด้าน ที่การทำงานอิสระหรือธุรกิจส่วนตัวไม่สามารถให้ได้ จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

1. มีรุ่นพี่ช่วยสอนงานให้ตลอดเวลา

การเรียนรู้งานต่าง ๆ ผ่านการทำงานร่วมกับเพื่อนรุ่นพี่ในออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรเอกชนหรือรัฐบาลล้วนเป็นสิ่งที่ดี เพราะคุณจะได้เรียนรู้ลัดสั้นผ่านประสบการณ์ที่มีผู้ได้ลองผิดลองถูกมาแล้ว หากมีปัญหาในการปฏิบัติงานส่วนใด ก็สามารถสอบถามผู้รู้หลายคนในองค์กรได้ตลอดเวลาด้วย จึงทำให้คุณได้มีการเติบโตทั้งทางความรู้และวุฒิภาวะตามระยะเวลาในการทำงาน แต่หากทำงานแนวอาชีพอิสระ คุณก็ต้องลองเรียนรู้ถูกผิดด้วยตัวเอง

2. ได้มีสังคมเพื่อนที่หลากหลาย

การทำงานในองค์กรใหญ่จะทำให้ได้พบปะผู้คนมากมายตลอดเวลา สังคมของคุณจะกว้างกว่าการทำธุรกิจส่วนตัวหรือเป็นฟรีแลนซ์ ที่แทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับใคร นอกจากลูกค้า ทั้งนี้การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่ว่าเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือชวนกันไปออกกำลังกายหลังเลิกงาน ยังดีต่อการลดความเสี่ยงการเป็นโรคเครียดหรือโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย

3. มีสวัสดิการรองรับตลอดเวลา

เมื่อคุณทำงานในองค์กรต่าง ๆ จะมีระบบสวัสดิการรองรับ เช่น สิทธิ์ข้าราชการ สิทธิ์ประกันสังคม ฯลฯ ซึ่งจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลายด้าน เช่น หากเจ็บป่วยต้องใช้บริการในโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็สามารถเบิกได้ หากแต่งงานมีบุตร ก็สามารถลาคลอดได้ นอกจากการมีสิทธิ์ลาหยุด ลาพักผ่อน ปีละหลายสิบวัน โดยยังได้รับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์ ฯลฯ ซึ่งหากคุณทำงานแบบฟรีแลนซ์หรือประกอบธุรกิจส่วนตัวก็จะไม่มีสวัสดิการใดใดเลย

4. สามารถใช้ตำแหน่งงานเป็นหลักค้ำประกันได้

หากในวันหนึ่งคุณต้องการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เช่น จะซื้อบ้าน คอนโดมิเนียม รถยนต์ ฯลฯ คุณจำเป็นจะต้องมีหลักทรัพย์ หรือมีตำแหน่งและเงินเดือนที่มั่นคงในการค้ำประกันตัวเอง เพื่อให้ทางสถาบันการเงินพิจารณาว่าคุณมีความสามารถในการจ่ายค่างวดได้จนตลอดรอดฝั่ง หากคุณทำงานเป็นแนวฟรีแลนซ์รับจ้างอิสระ จะทำให้คุณมีโอกาสน้อยมากที่จะกู้ผ่าน ประเด็นนี้ถือว่าเป็นข้อดีที่สำคัญของการทำงานแบบประจำเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่าการทำงานประจำนั้นมีข้อดีอยู่หลายด้าน ทั้งในเรื่องของสวัสดิการ การก้าวหน้าในสาขาอาชีพ การมีสังคมเพื่อนฝูงที่ดี ฯลฯ เราหวังว่าจากข้อมูลที่กล่าวมาจะทำให้ผู้อ่านจะได้ไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนที่จะเลือกทำงานประจำหรือแบบอิสระต่อไป

วิธีการสัมภาษณ์ เพื่อให้ได้งานประจำ

วิธีการสัมภาษณ์ เพื่อให้ได้งานประจำ

การประกาศรับสมัครงานประจำนั้น มีขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ คือ การสัมภาษณ์ โดยจะมีผู้สัมภาษณ์ที่อยู่ในระดับ HR หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล บางบริษัทก็จะเป็นกรรมการผู้จัดการมาสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง ทำให้หลายคนเกิดความตื่นเต้น เกรงว่าจะทำได้ไม่ดี ด้วยเหตุนี้ เราจึงวิธีการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้งานประจำเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

สัมภาษณ์อย่างไรให้ได้งานประจำ

วิธีที่ 1 เตรียมเอกสารเกี่ยวกับการสมัครให้ครบถ้วน

เอกสารที่ใช้สมัครงาน ไม่ว่าจะเป็น ผลงานที่คุณเคยทำมาในอดีต เรซูเม่หรือจดหมายแนะนำตัวเอง โดยลักษณะการเขียนจะต้องมีความสร้างสรรค์ ไม่ลอกเลียนแบบใคร มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง บริษัทก็จะมองเห็นความพยายามในการเตรียมตัวมาสมัครงาน

เหตุผลที่จะต้องเตรียมเอกสาร เพราะองค์กรอยากจะทราบว่าผู้สมัครมีศักยภาพแฝงที่สามารถพัฒนาได้จนมีประสบการณ์มากขึ้น หากได้มีการทำงานเป็นระยะเวลา 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี นำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรได้

วิธีที่ 2 จัดการ SOCIAL MEDIA ให้เรียบร้อย

บริษัทที่ได้สมัครไป จะมีการเสิร์ชประวัติของคุณทางโซเชียลมีเดีย เพราะเขาจะสำรวจว่าคุณมีทัศนคติที่สร้างสรรค์หรือเชิงบวกหรือไม่ หากเคยโพสต์หรือแสดงความเห็นตำหนิใคร ก็ควรจัดการหรือลบออกไปเพราะจะกระทบการรับเข้าทำงานได้ จุดประสงค์ขององค์กร คือ ต้องการผู้สมัครที่ไม่มีนิสัยก้าวร้าว ดูถูกคนอื่น ยุแหย่ให้คนทะเลาะ นินทาว่าร้ายหรือสร้างปัญหา เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความเสียหายกับองค์กร ถึงแม้ว่าผู้สมัครจะเก่งมากมายแค่ไหนก็ตาม

วิธีที่ 3 ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทพร้อมตำแหน่งที่สมัครให้มากที่สุด

การที่ต้องค้นหาข้อมูลก่อนเข้าสัมภาษณ์นั้น เพราะว่าผู้สัมภาษณ์จะมีการตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ทำไมถึงอยากเข้าทำงานบริษัทแห่งนี้ หรือทำไมถึงอยากทำงานในตำแหน่งที่ประกาศ หากคุณมีการเตรียมข้อมูลอยู่ก่อนแล้ว ก็จะช่วยให้การตอบคำถามได้ชัดเจนมากขึ้น

สิ่งที่องค์กรต้องการ คือ ผู้สมัครที่มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งงาน มีทักษะเพียงพอหรือไม่ ซึ่งคุณสมบัติบางอย่างต้องเรียนมาโดยตรง แต่บางอย่างจะต้องมีการอบรมพิเศษเพิ่มเพื่อให้มีทักษะความรู้ความสามารถอยู่ตลอดเวลา เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือระบบไอที ภาษาต่างประเทศ อาจจะเป็นภาษาอังกฤษหรืออื่น ๆ เป็นต้น รวมถึงการมีทักษะในการแก้ปัญหา อาจจะยกกรณีตัวอย่างในการแก้ปัญหาให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจ เพื่อจะได้ยอมรับว่าคุณสามารถทำงานตำแหน่งนี้ได้สำเร็จ

วิธีที่ 4 พูดออกมาอย่างมั่นใจ

หากมีอารมณ์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีบุคลิกภาพที่ดีด้วยการนั่งตัวตรง หลังตรง และมีการสบตาผู้สัมภาษณ์ในขณะที่สัมภาษณ์งาน บ่งบอกว่า มีความสุขในสิ่งที่พูดออกมาจนเกิดความมั่นใจ หากต้องการให้การพูดดีขึ้นกว่าเดิม ให้ใช้คำสุภาพ น้ำเสียงไม่เบา เพราะพูดเบาแสดงให้เห็นว่าขาดความมั่นใจ แต่ถ้าพูดดังเกินไปแสดงถึงการใช้อำนาจ เมื่อพูดน้ำเสียงที่เหมาะสมก็ทำให้บรรยากาศการสัมภาษณ์เป็นกันเองมากขึ้น ไม่ใช่เป็นการสอบสวนหรือตรวจสอบ เพราะถ้าคิดเช่นนี้ก็จะเกิดความกังวลใจและเกร็งในการตอบคำถาม ที่สำคัญในการตอบคำถาม คือ ความจริงใจหรือไม่โกหก ถ้ามีการโกหกไปแล้วจะต้องโกหกไปเรื่อย ๆ เพราะผู้สัมภาษณ์จะตั้งคำถามต่อไปอีก หากตอบไม่ได้หรือไม่เคยทำมาก่อน ก็ควรตอบว่า พร้อมที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่จนมีความเชี่ยวชาญในงานนั้น

ผู้สัมภาษณ์จะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ได้ตั้งคำถาม เราแนะนำว่า ควรที่จะตั้งคำถาม ไม่ใช่ไม่สงสัยอะไรเลย เพราะเป็นการบ่งบอกว่าไม่สนใจงานอย่างแท้จริง ซึ่งจะแตกต่างกับคนที่สนใจงาน สังเกตได้จากการมีคำถาม เช่น ตำแหน่งที่สมัครมีความก้าวหน้าสิ้นสุดถึงไหนหรือมีการเติบโตอย่างไร หรือมีนโยบายการอบรมเสริมความรู้ให้กับพนักงานอย่างไร เป็นต้น

การทำงานประจำไม่เพียงแต่เป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณได้พัฒนาและสั่งสมประสบการณ์ เพื่อให้ชีวิตการทำงานได้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม การจะได้ทำงานประจำจะต้องมีการสมัครงานและสัมภาษณ์งานให้ผ่านเสียก่อน ซึ่งถ้าคุณเตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว ที่เหลือก็แค่สูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเข้าห้องสัมภาษณ์ไปอย่างมั่นใจ

สัมภาษณ์อย่างไรให้ได้งานประจำ

คุณได้อะไรบ้างจากการทำงานประจำ

สิ่งที่คุณจะได้รับจากงานประจำ

งานประจำอาชีพมนุษย์เงินเดือนที่ใช้แรงงาน และใช้เวลาทำงานเพื่อแลกกับรายได้ที่ถูกจ้างตามความสามารถนั้น นอกจากเงินเดือนที่เป็นค่าความสามารถที่ได้รับทุก ๆ เดือนแล้วงานประจำยังให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด ลองมาดูกันว่างานประจำให้อะไรกับคุณบ้าง

สิ่งที่จะได้รับจากงานประจำ

รายได้ที่แน่นอน – สิ่งแรกที่คุณจะได้แน่นอนจากงานประจำคือ การมีรายได้คงที่สม่ำเสมอทุกเดือน ตามสัญญาจ้าง ทำให้สามารถบริหารจัดการวางแผนในเรื่องการใช้เงินในแต่ละเดือนได้ง่ายขึ้นเพราะมีรายได้ที่เข้ามาเป็นจำนวนที่ชัดเจนทุกเดือน

สวัสดิการตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง – สิ่งต่อมาที่คุณจะได้จากงานประจำ คือ สวัสดิการต่าง ๆ ตามสัญญาจ้างของแต่ละบริษัท อาทิเช่น ประกันสังคม ประกันชีวิต ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมันรถ โบนัส รถประจำตำแหน่ง เป็นต้น ซึ่งแต่ละบริษัทนั้นจะกำหนดเงื่อนไขของสวัสดิการต่างกันไป ตามความเหมาะสมและลักษณะการทำงานเป็นอย่าง ๆ ไป

ได้เพื่อนที่มีความสนใจเหมือน ๆ กัน – ที่ทำงานก็จะประกอบไปด้วยคนทำงานในช่วงอายุที่แตกต่างกัน เมื่อเข้าสู่วัยทำงานการที่เราจะมีเพื่อนจากที่ทำงานเดียวกันนั้น ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะได้เพื่อนจากการที่มีความสนใจเหมือนกัน เช่น สนใจซุปเปอร์สตาร์คนเดียวกัน สนใจกิจกรรมคล้าย ๆ กัน เช่น ชอบการถ่ายภาพ ชอบการออกกำลังกาย ชอบการท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งความสนใจที่ใกล้เคียงกันหรือเหมือนกันจะเป็นตัวเชื่อมโยงให้มาสนิทสนมกันง่ายขึ้น และทำให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราว แชร์ประสบการณ์กันและกัน จนกระทั่งสนิทเป็นเพื่อนกันในที่สุด

ได้ทักษะจากการเข้าสังคม – สังคมในที่ทำงาน มักประกอบด้วยเพื่อนร่วมงานและเจ้านายที่ล้วนมีนิสัยที่แตกต่างกัน สิ่งหนึ่งที่คุณจะได้ไปโดยไม่รู้ตัวนั่นคือ ทักษะของการเข้าสังคม ซึ่งเป็นทักษะของการปรับตัวที่จะทำให้คุณอยู่ในสังคมของที่ทำงานได้อย่างมีความสุข หรืออย่างน้อยที่สุด การปรับตัวก็ทำให้ตัวเราเองไม่รู้สึกอึดอัดและสามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงานของคุณได้นั่นเอง

มีหลักฐานรับรองรายได้ – เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ต่าง ๆ

การที่ทำงานประจำ ทำให้คุณมีสเตทเม้นท์รับรองการมีรายได้ที่แน่นอนของคุณ ทำให้คุณสามารถใช้สเตทเม้นท์นั้นไปยื่นขอกู้เงินซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือทำบัตรเครดิตได้ง่ายและสะดวกขึ้น

การพัฒนาความสามารถ – ในสถานที่ทำงาน ย่อมมีแต่คนที่มีความสามารถ ทำให้คุณต้องผลักดันตัวเอง พัฒนาความสามารถ ความรู้ และทักษะในการทำงานให้เชี่ยวชาญมากขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นวิชาติดตัว ที่ไม่มีใครสามารถมาลอกเลียนแบบได้ อีกทั้งได้รู้จักเพื่อนร่วมงานเก่ง ๆ จะยิ่งทำให้คุณได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและทัศนคติ เล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ทำให้หูตากว้างไกลยิ่งขึ้น

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว งานประจำทำให้สามารถวางแผนการใช้ชีวิตได้ล่วงหน้า เช่น ลาพักร้อน การไปเที่ยว หรือการได้วันหยุดตามเทศกาลต่าง ๆ แต่ก็ยังได้รับเงินเดือนตามปกติ ต่างจากการทำงานอิสระที่หยุดงานเมื่อไหร่ ก็เหมือนขาดรายได้ตามไปด้วย

คุณได้อะไรบ้างจากการทำงานประจำ

หลักเกณฑ์การเลือกงานประจำ ที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนไม่น่าเบื่อ

หลักเกณฑ์เลือกงานประจำ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเลือกใช้ชีวิตแบบพนักงานประจำหรือมนุษย์เงินเดือนนั้น คือ การต้องทำใจยอมรับสภาวะความกดดันในการทำงาน แต่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการประกอบธุรกิจส่วนตัวที่เป็นอิสระ อีกทั้งยังสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินให้เหลือไว้ใช้ในตอนบั้นปลายของชีวิตอีกด้วย

แต่กระนั้น การทำงานประจำก็ยังถูกมองว่าเป็นสิ่งจำใจของคนรุ่นใหม่ หากไม่มีเงินถุงเงินถังหรือธุรกิจรองรับเมื่อเรียนจบ เพราะด้วยความคิดและทัศนคติที่เปลี่ยนไปของสังคมที่มองว่าการทำงานประจำจะต้องทำงานภายใต้กรอบแนวคิดขององค์กรนั้น ๆ แต่แท้จริงแล้ว การทำงานประจำให้มีความสุขเกิดความสนุกกับชีวิตและสร้างความมั่นคงนั้น สามารถทำได้โดยง่าย เพียงเลือกทำงานประจำตามเกณฑ์ดังนี้

หลักเกณฑ์เลือกงานประจำ

ควรเป็นงานที่รักหรือชอบ ข้อนี้คือหลักการเลือกทำงานประจำที่สำคัญมากที่สุด เพราะเมื่อใดที่ได้ทำงานที่ตนรักหรือชอบแล้ว พลังบวกในการทำงานและการใช้ชีวิตก็จะเพิ่มตามขึ้นอีกเท่าตัว ที่สำคัญการทำงานที่รักจะไม่ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ และทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามารถช่วยกระตุ้นศักยภาพในการทำงานให้ออกมาเฉิดฉายให้คนอื่นได้เห็นอีกด้วย

ค่าตอบแทนที่เหมาะสม ถึงแม้ว่าจะได้ทำงานที่รักแล้ว แต่เรื่องปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องใช้เงิน หากได้เพียงทำงานที่รักแต่ค่าตอบแทนที่ได้ไม่เหมาะสมกับงานที่เรารักนั้น ก็ดูจะเป็นการดำเนินชีวิตที่ค่อนข้างสวนทางกัน ปัจจุบันมีองค์กรจำนวนไม่น้อยที่เน้นเพียงแต่ผลงานและการสร้างกำไร แต่ละเลยเรื่องค่าตอบแทนและความเป็นอยู่ของพนักงาน สักแต่เพียงขอให้ไม่ผิดกฎหมายก็เป็นพอ แต่รู้หรือไม่ว่า ยิ่งองค์กรให้ความสำคัญเรื่องค่าตอบแทนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยดึงดูดให้คนหางานอยากเข้ามาทำงานด้วยมากขึ้นเท่านั้น

สภาพแวดล้อมการทำงาน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการทำงานที่ค่อนข้างสำคัญและมีผลกระทบกับการใช้ชีวิตในที่ทำงานมากที่สุด หากเพื่อนร่วมงานหรือบรรยากาศในการทำงานสามารถสร้างความสบายใจและความสุขได้ การทำงานและคุณภาพของงานก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือพูดได้เลยว่า เพื่อนร่วมงานและบรรยากาศการทำงานรวมถึงสภาพแวดล้อมอื่น ๆ มีผลกับสภาพจิตใจ ความนึกคิดและความรู้สึกอย่างแท้จริง อย่างเช่นบางองค์กรที่ให้ความสำคัญกับพนักงานด้วยการจัดสถานที่ทำงานเพื่อกระตุ้นมันสมองให้ผลิตงานที่สร้างสรรค์และก็สามารถใช้ได้ผลอย่างแท้จริง

โอกาสในการก้าวหน้า คงไม่มีพนักงานประจำคนไหนที่อยากจะทำงานทั้งชีวิตแบบย่ำอยู่กับที่เป็นแน่ การมีโอกาสได้ก้าวขั้นตำแหน่งที่สูงขึ้นคือ ตัววัดศักยภาพความสามารถในการทำงาน ทั้งยังช่วยปรับผลประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นกว่าตำแหน่งที่เคยได้รับ แต่หากไม่มีช่องทางหรือโอกาสก้าวหน้าในชีวิตหน้าที่การงาน ก็เหมือนกับมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานรอวันเกษียณอายุเท่านั้น ความก้าวหน้าจึงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คนทำงานประจำไม่ควรมองข้าม เพราะนั่นหมายถึงความเติบโตของการใช้ชีวิตและประสบการณ์การทำงานที่สามารถต่อยอดไปได้ในอนาคต

ปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยมองว่า อิสระในสายอาชีพของการเป็นพนักงานประจำมีอัตราส่วนที่น้อยกว่าการทำธุรกิจส่วนตัว แต่แท้จริงแล้ว การทำงานประจำนั้นมีอิสระค่อนข้างมาก หรือถ้าเลือกองค์กรคุณภาพอาจจะมีอิสระทางความคิดมากกว่าการทำธุรกิจส่วนตัวเสียอีก เพราะบางองค์กรมักให้การสนับสนุนความคิดของพนักงานเพื่อการพัฒนาองค์กร จึงค่อนข้างเปิดกว้างในทางความคิด การจะมีความสุขหรือสนุกกับงานที่ทำมากน้อยเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับองค์กรที่คนทำงานเป็นคนเลือกด้วยตัวเองทั้งสิ้น

หลักเกณฑ์การเลือกงานประจำ ที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนไม่น่าเบื่อ

ข้อคิดที่ดีก่อนปิดฉากจากงานประจำ

ข้อคิดที่ดีก่อนปิดฉากจากงานประจำ

ขึ้นชื่อว่าเป็น มนุษย์เงินเดือน แล้ว เชื่อว่าคนคงเคยรู้สึกเบื่อหน่าย อยากลาออก หรืออยากเปลี่ยนงานใหม่ ยิ่งในยุคปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะทำธุรกิจส่วนตัวหรือเป็นนายตัวเองมากกว่าทำงานเป็นลูกจ้าง ยิ่งทำให้เพิ่มโอกาสการลาออกจากงานประจำมีมากขึ้นไปอีก ยังไม่นับรวมลูกจ้างอีกกลุ่มที่ตัดสินใจทิ้งงานประจำเพื่อเลี้ยงลูกน้อย

ก่อนตัดสินใจยุติงานประจำแล้วเริ่มเดินตามความฝันของตัวเอง ควรต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ให้รอบคอบ เพราะเมื่อเดินออกจากเส้นทางของการเป็นลูกจ้างแล้ว อยากย้อนกลับมายืนในจุดเดิม เป็นเรื่องที่ยาก ที่สำคัญมีคนจำนวนไม่น้อยนึกเสียใจและยอมรับว่าตัดสินใจพลาด เพราะไม่ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินตามเส้นทางนี้

สิ่งที่ต้องคิดก่อนเลิกเป็นลูกจ้าง

ทดสอบหารายได้ โดยใช้เวลาว่างทำอาชีพที่คิดว่าจะเป็นแหล่งรายได้ประจำในอนาคต อาจใช้เวลาในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือใช้วันหยุดพักร้อนประจำปี ทดลองทำงานที่หวังไว้ว่าจะราบรื่นและไปได้ดีอย่างที่คิดหรือไม่ หากมีอุปสรรคมากมายเกินกว่าจะฝ่าฟัน แนะนำให้กลับมาตั้งหลักแก้ปัญหาจากงานประจำเดิมแทน เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ยังเป็นงานที่คุ้นเคยและผ่านมือมาจนมีประสบการณ์อยู่แล้ว ซึ่งน่าจะแก้ปัญหาได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ การทดลองทำอาชีพใหม่ดูก่อน ยังน่าจะเปลี่ยนมุมมองหรือความเบื่อหน่ายในงานประจำที่ทำอยู่เดิมได้ด้วย

การเตรียมสะสางหนี้สิน ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง ควรทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการหนี้สินเดิม ๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้สามารถโฟกัสเฉพาะหนี้ที่จะเกิดขึ้นจากการทำธุรกิจหลักของตัวเอง ดังนั้น ภาระหนี้บ้าน ค่าผ่อนรถ หนี้บัตรเครดิต ต้องพยายามเคลียร์ให้หมด หรือให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระหลายทางให้ต้องพะวักพะวงและเพิ่มความเครียด

วางแผนทางการเงินรับกับกรณีฉุกเฉิน ต้องนึกเสมอว่าอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ หากเกิดเรื่องฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็นเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นหลังจากลาออกจากงานประจำ ก็อาจทำให้เดือดร้อนเรื่องการเงินเพิ่มขึ้น การเตรียมเงินไว้รับมือเหตุฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องจำเป็น แต่หากมีประกันสุขภาพ ประกันชีวิตไว้ ก็น่าจะเบาใจในเรื่องนี้ได้บ้าง นอกจากนี้ยังต้องเตรียมเงินไว้สำรองเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหลังออกจากงาน เป็นจำนวน 5-6 เท่าของเงินที่เคยได้ในแต่ละเดือนก่อนที่ธุรกิจใหม่จะสามารถทำเงินหรือสร้างรายได้เข้ามาทดแทน ค่าใช้จ่ายประจำในส่วนนี้ได้แก่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

เตรียมความพร้อมด้านจิตใจ หลายคนมองข้ามเรื่องนี้เพราะอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นรูปธรรมมาก แต่ความจริงแล้วหลายคนเหมือนเสียสถานะทางสังคมไปหลังการลาออกจากงานประจำ จึงต้องตรวจสอบความพร้อมของตัวเองก่อนว่ารับกับสิ่งนี้ได้หรือไม่

การตัดสินใจยุติงานประจำไม่ได้เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ใครที่เป็นลูกจ้าง มีเงินเดือนและรายได้เป็นประจำในแต่ละเดือนอยู่แล้ว ควรใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจ ชั่งน้ำหนักถึงผลดีผลเสียให้รอบด้าน เพื่อไม่ให้ต้องกลับมาเสียใจหรือโทษตัวเองว่าตัดสินใจผิดพลาด

สิ่งที่ต้องคิดก่อนเลิกเป็นลูกจ้าง

วิธีการทำให้งานประจำ ไม่ให้น่าเบื่อ

วิธีการทำให้งานประจำ ไม่ให้น่าเบื่อ

การทำงานประจำเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินอย่างหนึ่ง เพราะเราจะได้รับเงินทุก ๆ สิ้นเดือน และบางทียังได้รับสวัสดิการต่าง ๆ และโบนัสปลายปีอีกด้วย แต่บางทีการทำงานในรูปแบบซ้ำ ๆ และเจอสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อได้ เราจึงขอเสนอ 4 วิธีการทำให้งานประจำ ไม่ให้น่าเบื่ออีกต่อไป จะทำให้การทำงานของคุณในแต่ละวันมีความหมายมากขึ้น

ไม่อยากเบื่อกับงานประจำ ต้องดู

ตั้งเป้าหมายการทำงานในแต่ละวัน

หลายคนที่ตื่นขึ้นมาในวันทำงานแล้วเกิดความรู้สึกว่าไม่อยากไปทำงาน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังไม่มีเป้าหมายในการทำงานจึงทำให้รู้สึกอาการเบื่อได้ ดังนั้นในแต่ละวันเราจึงต้องตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะทำอะไรให้สำเร็จบ้าง เพราะถ้าเราใช้ความคิดกับงานที่ต้องทำ ก็จะทำให้เราไม่มีเวลามาคิดถึงเรื่องความน่าเบื่อของ งานประจำ

คิดถึงคุณค่าของงานที่ทำ

งานบางชนิดอาจจะเป็นงานที่มีรูปแบบเหมือนการปิดทองหลังพระ ถึงแม้จะไม่มีใครรู้เห็นว่าเรามีส่วนร่วมกับผลงานชิ้นนั้น แต่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลงานย่อมรู้ถึงความสำคัญของเราแน่นอน หากเกิดภาวะแบบนี้ ให้เรานึกถึงคุณค่าของเราเข้าไว้ คิดอยู่เสมอว่างานทุกงานมีค่าในตัวเอง หากขาดตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดไป งานชิ้นนั้นก็ไม่สามารถเสร็จสมบูรณ์ได้ เพราะถ้าเรารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าแล้ว จะทำให้เกิดภาวะหมดไฟได้ และส่งผลต่อความคิดแง่ลบอื่น ๆ ตามมาด้วย

มองโลกในแง่บวกเสมอ

ปัญหาในการทำงานเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเจอได้ หากเรามองว่าทุกปัญหาที่เข้ามาเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข ก็จะทำให้เรารู้สึกท้อและเบื่อกับการทำงานได้ แต่หากเรามีความคิดในแง่บวกเรา ก็จะมองว่าปัญหาทุกเรื่องสามารถแก้ไขได้ เปลี่ยนมุมมองใหม่ว่ามันเป็นความท้าทายที่เราจะต้องก้าวผ่านไปให้ได้ ก็จะทำให้การแก้ปัญหาต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

หาวิธีผ่อนคลายให้กับตัวเอง

ในแต่ละวันของการทำงานย่อมเกิดความเครียดและความเหนื่อยล้า เราต้องหาเวลาพักผ่อนระหว่างการทำงานบ้าง เพื่อให้สมองและร่างกายได้ผ่อนคลาย แต่หากว่าการพักผ่อนระหว่างวันยังไม่เพียงพอแล้ว ก็ควรหาช่วงเวลาพักผ่อนที่ยาวขึ้น แต่ก็ต้องไม่ให้กระทบกับหน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่ด้วย ซึ่งก็จะเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถกำจัดความเหนื่อยล้าและความรู้สึกเบื่อกับการทำงานประจำได้

ความรู้สึกเบื่อเกิดขึ้นจากความคิดของเราเอง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ควรหาทางกำจัดออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าปล่อยไว้นาน ๆ ก็จะส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างมาก

ไม่อยากเบื่อกับงานประจำ ต้องดู

ข้อดีของการทำงานประจำ

หากติดตามข่าวสารในเว็บไซต์รับสมัครงาน จะเห็นว่ามีบริษัทจำนวนมากเปิดรับพนักงานแบบประจำ ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ตามเวลาราชการ แต่ก็ยังมีตำแหน่งว่างงานอยู่มาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่อาจจะอยากได้งานแบบฟรีแลนซ์หรืองานจ้างจบเป็นชิ้น ๆ ไป เพื่อไม่ต้องทำงานในระบบของออฟฟิศ

ข้อดีที่น่าสนใจของงานประจำ

1. ช่วยเพิ่มวินัยให้ตัวเอง

งานประจำจะทำให้เราเป็นคนมีวินัยในตัวเอง ไม่ใช่งานทุกชนิดที่จะทำให้คุณต้องตื่นแต่เช้าแล้วก็รีบเข้านอน การมีงานประจำทำให้คุณต้องควบคุมตัวเอง ให้ใช้เวลาแต่ละวันอย่างคุ้มค่าและสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต ไม่นอนดึกเกินไปเพราะจะทำให้ตื่นไปทำงานสาย ผู้ที่ต้องการเสริมวินัยในชีวิตจึงควรเลือกงานประจำ

2. มีระบบสวัสดิการ

งานประจำจะมีสวัสดิการให้นอกจากเงินเดือนที่คุณจะได้รับในแต่ละเดือนอย่างสม่ำเสมอ คุณจึงสบายใจได้ในระยะยาวว่าสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาล ลาคลอด ลาบวช และมีวันหยุดพักผ่อนตามปฏิทิน วันหยุดนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ โดยที่ยังได้เงินเดือนด้วย ในระยะยาวยังสามารถได้เงินบำเหน็จบำนาญเพื่อช่วยให้เสริมความมั่งคั่งยามเกษียณได้ด้วย

3. ผ่านการขอกู้ง่าย

การทำงานประจำ จะทำให้มีคุณสมบัติที่สามารถกู้ได้ง่ายขึ้น เพราะธนาคารในยุคปัจจุบัน จะให้สิทธิ์กู้ง่ายขึ้นกับผู้ที่มีเงินเดือนประจำ หรือแม้แต่การทำบัตรเครดิตก็จะมีโอกาสผ่านได้มากกว่าผู้ที่เป็นฟรีแลนซ์หรือนักธุรกิจที่ไม่มีรายได้ชัดเจน เพื่อป้องกันภาวะ NPL หรือหนี้สูญ ผู้ที่สนใจอยากจะกู้เงินเพื่อซื้อบ้านซื้อรถหรือทำธุรกิจในอนาคต จึงควรเลือกทำงานประจำเพื่อความมั่นคง และทำให้มั่นใจได้ว่ามีเงินในการส่งหนี้จนหมดได้ด้วย

4. มีสังคมและเพื่อน

การทำงานแบบฟรีแลนซ์จะทำให้คุณมีแค่สถานะนายจ้างและลูกจ้าง จะไม่มีสังคมที่มีเพื่อนร่วมทุกข์สุข ให้ปรึกษาเวลามีปัญหา ทำให้หลายคนรู้สึกเครียดและขาดความสุขในการทำงานในระยะยาว การทำงานแบบประจำในออฟฟิศจึงตอบโจทย์การมีสังคม ที่มีการแบ่งปันช่วยเหลือกัน และยังชวนกันทำกิจกรรมดี ๆ นอกที่ทำงาน เช่น ไปเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัด ดูหนังฟังเพลง ได้อย่างคนคุ้นเคยด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำงานประจำ มีข้อดีหลากหลายด้าน ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมั่งคั่งในระยะยาว ซึ่งการเลือกทำงานในรูปแบบใด นอกจากจะเลือกตามสาขาอาชีพที่ตัวเองถนัดหรือเป็นงานที่ชื่นชอบแล้ว ควรพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ชีวิตของคุณและฐานะทางการเงินมีความมั่นคงมากที่สุดด้วย

ข้อดีที่น่าสนใจของงานประจำ

ข้อดีของการทำงานประจำ ที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้

ข้อดีของการทำงานประจำ ที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้

ด้วยแนวความคิดหรือสภาพแวดล้อมทางสังคมในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้เด็กจบใหม่หลายๆ คนมีความคิดที่จะทำอาชีพอิสระหรือเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่าการทำงานประจำเป็นมนุษย์เงินเดือน เพราะอาจจะมองว่าการทำงานแบบหลังมีวงจรชีวิตที่น่าเบื่อเกินไป ได้ค่าตอบแทนไม่คุ้มค่า ทำให้คนวัยทำงานส่วนใหญ่ที่เป็นคนที่ชอบความรวดเร็ว ท้าทาย คิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ถ้าพิจารณาให้ดี การเป็นพนักงานประจำก็มีข้อดีไม่น้อยเลย มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

5 ข้อดีของงานประจำ

1. มีความมั่นคง

ปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์เงินเดือนหลายๆคน เลือกทำงานรูปแบบนี้เพราะว่าความมั่นคงทางการเงิน ที่จะได้รับเงินเดือนทุกๆสิ้นเดือน โดยจะนำมาซึ่งโอกาสทางการเงินที่ดีกว่าการทำงานแบบอิสระ เช่น หากต้องการยื่นเรื่องขอสินเชื่อกับธนาคารก็มีโอกาสที่ผ่านมากกว่า เพราะถ้าทำงานอิสระยอดเงินในบัญชีต้องมีมากกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนหลายเท่าจึงจะสามารถทำเรื่องผ่านได้แบบง่ายๆ

2. สวัสดิการ

คนทำงานประจำมีสิทธิ์ที่จะขอลาหรือหยุดตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งยังคงได้เงินเดือนเท่าเดิม ส่วนคนที่ทำงานอิสระหรือมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หากหยุดวันไหนหรือไม่มีงานเข้ามาก็จะทำให้สูญเสียรายได้วันนั้นไป และคนทำงานประจำในบางองค์กรยังได้รับโบนัสประจำปี นอกจากนี้สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลในบางองค์กร ก็ได้รับสิทธิ์ที่ดีกว่าการทำงานอิสระอีกด้วย

3. ประสบการณ์

การทำงานประจำถึงแม้จะต้องฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา และบางทีต้องทำงานในสิ่งที่ใช้ทักษะแบบเดิม ๆ ทำให้หลายคนมองว่าน่าเบื่อ แต่ถ้าคิดอีกด้านหนึ่ง การทำงานแบบซ้ำๆ จะทำให้เราเชี่ยวชาญในทักษะนั้นเป็นพิเศษ ส่งผลให้เรามีความเป็นมืออาชีพเพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังได้พบคนที่มีนิสัยหลากหลายในองค์กรทำให้เราได้ฝึกการใช้ชีวิตในสังคมได้เป็นอย่างดี หากใครกำลังคิดว่า คนนี่ล่ะที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่ชอบงานประจำ แต่ลองเปลี่ยนความคิดโดยทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ไม่ต้องสนใจสิ่งที่ไม่ได้ก่อประโยชน์ให้กับเราก็น่าจะช่วยให้ก้าวผ่านปัญหานี้ไปได้

4. พัฒนาตนเอง

องค์กรส่วนใหญ่จะเปิดโอกาสสำหรับคนที่อยากพัฒนาความรู้ ได้ไปเปิดประสบการณ์หาความรู้มาพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพราะหากบุคลากรมีความรู้และทักษะที่ดีก็ย่อมส่งผลให้หน่วยงานมีการพัฒนาไปด้วย ซึ่งต่างกับการทำงานอิสระ หากเราอยากเข้าร่วมงานประชุมหรือพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องก็ต้องจ่ายเงินเองทั้งหมด ดังนั้นมนุษย์เงินเดือนคนไหนมีแหล่งความรู้ที่จะสามารถช่วยพัฒนาตัวเองได้ อย่าลืมนำไปเสนอหัวหน้า ถ้าเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานจริงๆ ผู้บังคับบัญชาต้องเห็นด้วยแน่นอน

5. ค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบได้มากขึ้น

การทำงานประจำ ถึงแม้ว่าจะทำงานซ้ำๆ แบบเดิมในทุกวัน แต่ก็ช่วยให้เรามีเวลาคิดได้มากขึ้นว่าเราต้องการทำอะไรจริงๆ เพราะว่าการทำงานส่วนใหญ่ก็เป็นการทำงานในเวลาที่จำกัด นอกเวลางานเราสามารถมองหาสิ่งที่สนใจมาทำเพิ่มเติมได้ ต่างกับการทำงานอิสระที่บางคนอาจต้องใช้ความคิดตลอดเวลา จนไม่มีเวลามาสนใจว่าเราต้องการทำอะไรที่ชอบอีกหรือไม่

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 5 ข้อดีของการทำงานประจำ หวังว่าจะได้แนวคิดอีกด้านของการทำงานรูปแบบนี้ ซึ่งการไม่หยุดพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งที่ควรมีในงานทุกรูปแบบ เพราะความรู้วิทยาการต่างๆ ก้าวหน้าไปในทุกวัน และในหลายองค์กรตอนนี้ก็มีการประเมินการทำงาน ทำให้ปรับเงินให้เหมาะกับเนื้องานมากขึ้น ดังนั้นเราต้องไม่หยุดพัฒนา เพราะไม่แน่วันหนึ่งผู้บังคับบัญชาอาจจะเห็นว่าเราไม่เหมาะกับงานนี้แล้ว ก็อาจถูกให้ออกจากงานได้เหมือนกัน ดังนั้นอย่าเป็นคนที่ติดกับ comfort zone ต้องรู้จักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ นอกจากส่งผลดีต่อองค์กรแล้วยังส่งผลให้เรามีความรู้เพิ่มมากขึ้นด้วย

5 ข้อดีของงานประจำ

จากเด็กฝึกงานก้าวสู่ งานประจำ ต้องทำอย่างไร

จากเด็กฝึกงานก้าวสู่ งานประจำ ต้องทำอย่างไร

การฝึกงานไม่ว่าจะเป็นช่วงปีท้ายอุดมศึกษาหรือช่วงทดลองงานของพนักงานใหม่ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่สิ่งสำคัญคือ ทำงานอย่างเต็มที่เต็มเวลา เรียนรู้ทักษะจากงานนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการฝึกงานเป็นวิธีการคัดกรองคนที่มีความสามารถจากประสบการณ์จริง ถ้าเข้ามาฝึกงานเรียนรู้ไว้ก่อนจะมีข้อได้เปรียบอย่างมาก นายจ้างและองค์กรต่างๆ มองหาเด็กฝึกงานที่มีความมุ่งมั่น มีทัศนคติที่ดีต่องาน มีความทะเยอทะยาน มีจรรยาบรรณในการทำงานอย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นต้องลงมือทำอย่างจริงจังจึงจะทำงานได้ดี เชื่อถือได้ รวมทั้งสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมแบบทีมเวิร์ก ซึ่งคุณสามารถพิสูจน์ให้เห็นคุณสมบัติเหล่านี้ได้ในระหว่างฝึกงาน แผนกทรัพยากรบุคคลจำนวนไม่น้อยมองหาพนักงานเต็มเวลาซึ่งเคยฝึกงานกับทางองค์กรมาก่อน ทำให้มีโอกาสก้าวข้ามจากสถานะเด็กฝึกงานกลายเป็นพนักงานเต็มเวลาในที่สุด

สำหรับหลายคนที่ต้องการผันตัวจากเด็กฝึกงานไปทำงานประจำ คุณจะผ่านขั้นตอนสุดท้ายไปได้อย่างไร เรามีเคล็ดลับในการปฏิบัติตนให้เข้าตาผู้บริหาร เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งพนักงานงานประจำ มาฝากกันดังนี้

1.มีความกระตือรือร้น

ระหว่างเป็นเด็กฝึกงานควรแสดงความกระตือรือร้น เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อพัฒนาตัวเอง การทำงานทุกอย่างต้องใช้ทักษะการสื่อสารที่ดี มีทัศนคติเชิงบวกกับงาน หัวหน้างาน และเพื่อนร่วมงาน สภาพแวดล้อมที่อบอุ่น เป็นมิตร และมีความร่วมมือจะสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะยังใหม่ต่อองค์กร แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีความคิดริเริ่มไม่ได้ พยายามซึมซับวัฒนธรรมขององค์กร เรียนรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ บริษัท ธุรกิจ และอุตสาหกรรมเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี พร้อมกับทำวิจัยสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม

2.ขยันตั้งคำถาม

การฝึกงานเป็นประสบการณ์ที่ให้โอกาสการเรียนรู้และลงมือทำจริง ควรใช้ประโยชน์จากสถานะเด็กฝึกงานถามคำถามในเรื่องที่ไม่เข้าใจ เรียนรู้ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ นายจ้างอาจไม่ได้คาดหวังให้พนักงานรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับบริษัท ทุกคนควรทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก่อน แต่ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของเพื่อนร่วมงาน ทำให้หลายคนทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น เข้าใจกันและลดปัญหาขัดแย้งในการทำงานได้มากทีเดียว ยิ่งถามคำถามมากเท่าไรยิ่งได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำงานที่ดีและมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

3.วางแผนและลงมือทำตามเป้าหมาย

การฝึกงานส่วนใหญ่เริ่มต้นจากหน้าที่เล็กๆ จึงง่ายที่จะวางแผนและตั้งเป้าหมายเล็กๆ เดินไปตามทางสู่ความสำเร็จในเวลาสั้นๆ ทำไปเรื่อยๆ ค่อยขยับจุดมุ่งหมายให้ใหญ่ขึ้น สู่เป้าหมายระยะกลางและระยะยาว แม้ว่าหน้าที่ของเด็กฝึกงานอาจจะดูเป็นเรื่องยิบย่อย แต่อย่าลืมว่ากว่าจะก้าวสู่เป้าหมายระยะยาวที่ยิ่งใหญ่นั้น ก็ต้องผ่านเรื่องเล็กๆมากมาย การทำงานเล็กก็อาจพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ ฝึกฝนตนเองให้มีวินัยทำเป้าหมายเล็กให้สำเร็จก่อน และพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิมอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การที่เราเริ่มทำงานในฐานะเด็กฝึกงานเป็นการสร้างมาตรฐานการทำงานที่ดี เรียนรู้สิ่งใหม่ ฝึกการคิดอย่างสร้างสรรค์ รวมไปถึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ถ้าคุณทำได้ตั้งแต่เริ่มต้น การก้าวจากเด็กฝึกงานไปเป็นพนักงานประจำคงไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ

จากเด็กฝึกงานไปทำงานประจำ