อย่าเพิ่งลาออกจากงาน ถ้ายังไม่ได้เตรียมตัวกับสิ่งเหล่านี้

อย่าเพิ่งลาออกจากงานประจำ ถ้ายังไม่ได้เตรียมตัวกับสิ่งเหล่านี้

อย่าเพิ่งลาออกจากงานประจำ ถ้ายังไม่ได้เตรียมตัวกับสิ่งเหล่านี้

เคยเป็นบ้างไหม? ที่ตัวคุณเองและคนรอบข้างในที่ทำงาน มาปรับทุกข์กันในเรื่องปัญหาที่เกี่ยวข้องกับงานประจำที่ทำกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือลักษณะของงานที่ทำ จนมีความคิดว่าอยากลาออกอยู่เป็นระยะ ๆ แต่ทั้งนี้ หากคิดจะลาออกด้วยอารมณ์ที่ขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ก็จะกลายเป็นการสร้างปัญหาใหญ่ตามมาเช่นกัน ถ้าอย่างนั้น เรามาดูกันว่าสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนการลาออกจากงานประจำมีอะไรบ้าง

1. มีแหล่งรายได้จากที่อื่นมาทดแทนหรือยัง

ก่อนการลาออกจากบริษัทเดิม คุณควรมีแหล่งรายได้ใหม่เสียก่อนไม่ว่าจะเป็นรายได้ประเภทรายเดือน หรืองานแบบฟรีแลนซ์ รับเป็นจ๊อบ ก็ไม่ว่ากัน หากสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในแต่ละวันและเพียงพอต่อภาระครอบครัวได้เป็นอย่างน้อยในระยะ 6 เดือน หลังเปลี่ยนงาน

2. ทบทวนสิ่งที่ได้จากงานประจำที่ทำอยู่

ก่อนการลาออกจากงานประจำแบบเดิม คุณต้องตอบตัวเองให้ได้เสียก่อนว่าเหตุใดจึงทำงานที่นี่ได้เป็นเวลาหลายปี หากงานประจำที่ทำอยู่ไม่มีข้อดีเอาเสียเลย เพราะนั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่สามารถหยุดรั้งความคิดชั่ววูบ เมื่อมีอารมณ์เบื่อหรือเซ็งสุด ๆ ได้ เช่น ต้องการสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลให้แก่ตัวเอง บิดามารดาและบุตร ต้องการโอกาสในการสร้างชื่อเสียงในองค์กรระดับประเทศ เป็นต้น

อย่าเพิ่งลาออกจากงานประจำ ถ้ายังไม่ได้เตรียมตัว

3. มีเป้าหมายอย่างไรในชีวิตระยะสิบปีข้างหน้า

ในการทำงานทุกที่ย่อมมีแนวทางที่ชัดเจนว่าคุณสามารถเติบโตไปได้ไกลเพียงใด หากคุณยังทำงานประจำที่เดิมต่อไป ยังสามารถเลื่อนขั้นขึ้นตำแหน่งสูงขึ้นไปได้เรื่อย ๆ ซึ่งงานแบบไม่ประจำหรืองานแบบฟรีแลนซ์ย่อมขาดสิ่งนี้ หากเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คุณยังตัดใจไม่ได้ ก็ควรชะลอความคิดจะลาออกไว้เสียก่อน

4. งานใหม่ที่คอยอยู่ตอบโจทย์ความต้องการไหม

คุณได้ถามตัวเองแน่ชัดหรือยังว่างานใหม่ที่อยากทำนั้นเป็นสิ่งที่ใช่ หรือให้ในสิ่งที่งานประจำให้ไม่ได้หรือเปล่า เช่น สามารถทำให้คุณนอนตื่นสายขึ้นได้ ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางวันละหลายชั่วโมง ทำให้คุณสามารถดูแลบิดามารดาผู้สูงวัยที่บ้านได้มากยิ่งขึ้น เป็นต้น

อย่าเพิ่งลาออกจากงานประจำ

5. พร้อมรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนหรือเปล่า

หากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่ออาชีพที่หน้าที่การงานไม่แน่นอน ประเภทงานฟรีแลนซ์ คุณพร้อมรับความเสี่ยงจุดนี้หรือไม่ ก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องคิดเผื่อไว้ล่วงหน้าด้วยเช่นกัน

การทำงานประจำมีข้อดีและข้อจำกัดเช่นเดียวกับงานประเภทอื่น ๆ จึงต้องไตร่ตรองให้ดีก่อนเสมอ หากยังไม่แน่ใจก็ขอให้อาศัยความอดทนและหมั่นเสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเองไปก่อน รอจนกว่าจะถึงจังหวะที่เหมาะสมค่อยตัดสินใจอีกครั้งก็ยังไม่สาย

8 ข้อดี ที่คุณจะได้รับจากงานประจำ

ข้อดีของการมีงานประจำ คิดให้ดีก่อนลาออก

8 ข้อดี ที่คุณจะได้รับจากงานประจำ

ปัจจุบันในสังคมการทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน เราล้วนมีภาระงานและสิ่งที่ต้องรับผิดชอบหลายด้าน จนหลายคนรู้สึกเบื่องานและอยากลาออกมาทำอาชีพอิสระหรือค้าขายเอง ซึ่งก่อนจะตัดสินใจลาออก เราอยากให้อ่าน 8 ข้อดี ที่คุณได้รับจากงานประจำก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ไม่สาย

8 ข้อดี ที่คุณจะได้รับจากงานประจำ

1. ทำงานประจำยังไงก็ไม่อด

ทำงานไปแล้ว อย่างไรทุกปลายเดือนก็มีเงินเข้า หากไม่เกเร ทำงานรับผิดชอบ สุดท้ายก็ต้องได้เงินเดือนสำหรับจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่รออยู่ ทั้ง ค่ารถ ค่าบ้าน ค่าเทอมลูก ฯลฯ เรียกได้ว่าอุ่นใจได้แน่นอน

2.ไม่ต้องปวดหัวเรื่องการหมุนเงินลงทุน

โดยเฉพาะคนที่ทำงานฝ่ายบัญชีของบริษัท จะเห็นตัวเลขผ่านตาทุกวันว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ย่อมเข้าใจว่าการไม่ต้องเสี่ยงกับการลงทุนอะไรใหม่ ๆ ในเศรษฐกิจแบบนี้น่าจะสบายใจที่สุด

3. ไม่เหงา

การทำงานประจำ เราจะมีเพื่อนที่เข้าใจ ถูกคอ ได้คุยปรับทุกข์กันได้บ่อย ๆ เหตุผลนี้เป็น feel good ที่สุดสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมงาน เพราะทีมงานที่เวิร์คจะทำให้ทำงานอย่างมีความสุขอยู่กันได้อีกยาว ๆ

4. ยังได้สวัสดิการที่ไม่มีในงานแบบพาร์ทไทม์

จุดนี้สำคัญมาก เช่น เงินเดือนช่วงลาคลอด การเจ็บป่วยใด ๆ ก็ยังมีเงินชดเชย มีรายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อยู่ไม่มีขาด

5. เวลาทำงานแน่นอน

ไม่ต้องกังวลว่าหากลูกค้าติดต่อมาตอนตีสองตีสาม ต้องตื่นมาแก้ปัญหาทางธุรกิจ เมื่อเราเปิดกิจการของตัวเอง การทำงานประจำเพียงรับผิดชอบงานตามเวลาวันละ 8 ชม. ก็เพียงพอแล้ว แล้วนำเวลาที่เหลือให้กับครอบครัว ออกกำลังกาย หรือทานอาหารอร่อย ๆ กับเพื่อนฝูงคลายเครียดดีกว่า

ข้อดีของการมีงานประจำ คิดให้ดีก่อนลาออก

6. มีที่ปรึกษา

เมื่อมีปัญหาในงานประจำ อย่างไรก็จะมีรุ่นพี่ในที่งาน เพื่อนร่วมงานและรุ่นน้องที่มีไอเดียเจ๋ง ๆ ยื่นมือมาช่วยเหลือ ต่างจากการออกไปทำงานฟรีแลนซ์ที่ต้องรับผิดชอบตัวเองคนเดียว

7. มีการเติบโตในสายงาน

การทำงานในบริษัท เมื่อผ่านไปหลายปีก็จะได้ยกระดับเป็นหัวหน้า เป็นผู้จัดการได้ในที่สุด ทำให้รู้สึกว่ามีเป้าหมายและความภูมิใจเป็นรางวัลแห่งความพยายามอยู่ข้างหน้าเสมอ

8. วันหยุดวันลา ก็ยังได้สตางค์

วันพักร้อน-วันลากิจที่บริษัทมีให้ เราสามารถนำมาวางแผนจัดการเพื่อไปเที่ยวพักผ่อน หรือไปทำธุระส่วนตัวได้ โดยไม่ถูกตัดเงินเดือน เป็นสิ่งที่แตกต่างจากการทำงานค้าขายหรืองานฟรีแลนซ์อย่างมาก ที่เมื่อหยุดงาน เงินก็จะหยุดนิ่งไปด้วย

จะเห็นได้ว่าการทำงานประจำมี 8 ข้อดีที่มีความโดดเด่น ต่างจากงานอื่น ๆ จึงควรไตร่ตรองให้ดีก่อนการลาออกหรือเปลี่ยนงาน และที่สำคัญคือไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเพราะบางสิ่งไม่อาจย้อนเวลากลับมาแก้ไขได้

งานประจำสำหรับนักศึกษา

เคล็ดลับสร้างโอกาสตัวเองให้ได้ งานประจำ

ข่าวเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว จีดีพีเติบโต การลงทุนคึกคัก ข่าวที่กระหน่ำกันออกมาในช่วงนี้ล้วนเป็นเรื่องของความมั่งคั่งในกลุ่มคนรวย แต่ความยากจนยังกระจายไปทั่วผืนแผ่นดินไทย ไล่หาคำตอบจากแม่ค้า เกษตรกร ชนชั้นแรงงาน ตลอดจนมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่านๆ ออกเป็นเสียงเดียวว่า เงียบมาก หากมองจากมุมของนักศึกษาปีสุดท้ายที่จะใกล้สำเร็จการศึกษาออกไปหา งานประจำ ทำในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า บอกเลยว่าความกดดันในการหางานเพิ่มขึ้น ในตลาดงานจะมีโอกาสให้คนกลุ่มนี้หรือไม่ ลำดับเงินเดือนขั้นต่ำจะเพียงพอใช้จ่ายหรือเปล่า ไม่ว่าคุณจะเรียนเก่งหรือพอเอารอด ทุกคนต้องเตรียมพร้อมออกมาล่าหางาน อาจจะต้องอ่านคู่มือสัมภาษณ์ให้มากขึ้น ดูแหล่งหางาน สร้างเครือข่ายเพื่อให้มีโอกาสได้งานทำ งานแรกหลังจบการศึกษาน่าจะเป็นพื้นฐานที่ดีและเป็นอีกประสบการณ์สำคัญในชีวิต

ลองค้นหาตัวอย่างการสมัครงานทางออนไลน์จะเห็นคำแนะนำดีๆ มากมาย โดยเฉพาะในเรื่องการเขียนประวัติการทำงานให้ดูเป็นคนมีความสามารถ มีประสิทธิภาพ วิธีหนึ่งที่นิยมกันในปัจจุบันคือการทำโบรชัวร์หรือแผ่นพับเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พกติดตัวก็ง่าย แนบไปกับเอกสารการสมัคร ทำให้เราดูเหมือนมีความพร้อมที่จะเป็นมืออาชีพ วิธีนี้ดึงดูดใจได้ดีสำหรับบริษัทธุรกิจหรือองค์กรที่ต้องการคนรุ่นใหม่ไฟแรง มีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้ถึงขีดสุด มีโอกาสได้ งานประจำ มากกว่าคู่แข่งรายอื่น ก่อนเรียนจบ ลองสอบถามกับฝ่ายแนะแนวของสถาบันการศึกษาที่เรียนอยู่เพื่อสร้างและแก้ไขประวัติส่วนตัว โดยเน้นคุณสมบัติที่ตรงกับความต้องการของนายจ้าง แต่มีรายละเอียดตามความเป็นจริง

สำหรับนักศึกษาที่มีประสบการณ์น้อยหรือไม่มีเลย อาจจะต้องแทรกข้อมูลด้านอื่นๆ ลงไปเสริม เช่น

-เป้าหมายการทำงาน เชื่อมโยงให้เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัครงาน

-ทักษะความสามารถ ใส่รายการทักษะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานหรือสถานที่รับสมัครงาน รวมถึงความสามารถด้านซอฟต์แวร์ ความเชี่ยวชาญในการวิจัย ความถนัดด้านโซเชียลมีเดียและภาษาต่างประเทศ
-ผลการเรียนที่โดดเด่น ถ้านักศึกษาไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับอาชีพ หรือการฝึกงานมาก่อน สามารถอ้างอิงความสำเร็จทางวิชาการและคะแนนเฉลี่ย

-กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ ประสบการณ์การฝึกงาน อาสาสมัคร การเดินทางไปต่างประเทศหรือการรับราชการทหาร

ในการสัมภาษณ์งาน การสร้างความประทับในครั้งแรกก็สำคัญ การแต่งตัวสัมภาษณ์อย่างเรียบร้อยสมบูรณ์แบบเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ถือเป็นเคล็ดลับและเทคนิคทำให้ประสบความสำเร็จในการหา งานประจำ ทำได้ ผู้หญิงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยาวหรือกระโปรงยาวเสมอเข่า รองเท้าส้นสูง เครื่องประดับสไตล์คลาสสิกไม่กี่ชิ้น เช่น ต่างหูทรงกลม นาฬิกา ฝ่ายผู้ชายสวมเสื้อแขนยาว กางเกง รองเท้าสีดำและนาฬิกาข้อมือ ทุกวันนี้เราหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลากันเป็นส่วนใหญ่ แต่เวลาไปสัมภาษณ์งาน แนะนำให้สวมนาฬิกาติดข้อมือไว้จะดูดีกว่า

แม้จะคาดคิดไว้แล้วว่างานหายาก เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจยังดูเนือยๆ ตัวเลขจ้างงานซบเซา แต่ถ้ามีตำแหน่งงานว่าง เราจะต้องสร้างโอกาสให้ตัวเอง ถึงจะเป็นคนเก่ง มีฝีมือและพัฒนาต่อยอดได้ แต่ใครอื่นเขาจะรู้ถ้าเราไม่เสนอขายตัวเองให้เป็น

งานประจำ ต้องมีทักษะ