วิธีการสัมภาษณ์ เพื่อให้ได้งานประจำ

วิธีการสัมภาษณ์ เพื่อให้ได้งานประจำ

การประกาศรับสมัครงานประจำนั้น มีขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ คือ การสัมภาษณ์ โดยจะมีผู้สัมภาษณ์ที่อยู่ในระดับ HR หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล บางบริษัทก็จะเป็นกรรมการผู้จัดการมาสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง ทำให้หลายคนเกิดความตื่นเต้น เกรงว่าจะทำได้ไม่ดี ด้วยเหตุนี้ เราจึงวิธีการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้งานประจำเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

สัมภาษณ์อย่างไรให้ได้งานประจำ

วิธีที่ 1 เตรียมเอกสารเกี่ยวกับการสมัครให้ครบถ้วน

เอกสารที่ใช้สมัครงาน ไม่ว่าจะเป็น ผลงานที่คุณเคยทำมาในอดีต เรซูเม่หรือจดหมายแนะนำตัวเอง โดยลักษณะการเขียนจะต้องมีความสร้างสรรค์ ไม่ลอกเลียนแบบใคร มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง บริษัทก็จะมองเห็นความพยายามในการเตรียมตัวมาสมัครงาน

เหตุผลที่จะต้องเตรียมเอกสาร เพราะองค์กรอยากจะทราบว่าผู้สมัครมีศักยภาพแฝงที่สามารถพัฒนาได้จนมีประสบการณ์มากขึ้น หากได้มีการทำงานเป็นระยะเวลา 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี นำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรได้

วิธีที่ 2 จัดการ SOCIAL MEDIA ให้เรียบร้อย

บริษัทที่ได้สมัครไป จะมีการเสิร์ชประวัติของคุณทางโซเชียลมีเดีย เพราะเขาจะสำรวจว่าคุณมีทัศนคติที่สร้างสรรค์หรือเชิงบวกหรือไม่ หากเคยโพสต์หรือแสดงความเห็นตำหนิใคร ก็ควรจัดการหรือลบออกไปเพราะจะกระทบการรับเข้าทำงานได้ จุดประสงค์ขององค์กร คือ ต้องการผู้สมัครที่ไม่มีนิสัยก้าวร้าว ดูถูกคนอื่น ยุแหย่ให้คนทะเลาะ นินทาว่าร้ายหรือสร้างปัญหา เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความเสียหายกับองค์กร ถึงแม้ว่าผู้สมัครจะเก่งมากมายแค่ไหนก็ตาม

วิธีที่ 3 ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทพร้อมตำแหน่งที่สมัครให้มากที่สุด

การที่ต้องค้นหาข้อมูลก่อนเข้าสัมภาษณ์นั้น เพราะว่าผู้สัมภาษณ์จะมีการตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ทำไมถึงอยากเข้าทำงานบริษัทแห่งนี้ หรือทำไมถึงอยากทำงานในตำแหน่งที่ประกาศ หากคุณมีการเตรียมข้อมูลอยู่ก่อนแล้ว ก็จะช่วยให้การตอบคำถามได้ชัดเจนมากขึ้น

สิ่งที่องค์กรต้องการ คือ ผู้สมัครที่มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งงาน มีทักษะเพียงพอหรือไม่ ซึ่งคุณสมบัติบางอย่างต้องเรียนมาโดยตรง แต่บางอย่างจะต้องมีการอบรมพิเศษเพิ่มเพื่อให้มีทักษะความรู้ความสามารถอยู่ตลอดเวลา เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือระบบไอที ภาษาต่างประเทศ อาจจะเป็นภาษาอังกฤษหรืออื่น ๆ เป็นต้น รวมถึงการมีทักษะในการแก้ปัญหา อาจจะยกกรณีตัวอย่างในการแก้ปัญหาให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจ เพื่อจะได้ยอมรับว่าคุณสามารถทำงานตำแหน่งนี้ได้สำเร็จ

วิธีที่ 4 พูดออกมาอย่างมั่นใจ

หากมีอารมณ์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีบุคลิกภาพที่ดีด้วยการนั่งตัวตรง หลังตรง และมีการสบตาผู้สัมภาษณ์ในขณะที่สัมภาษณ์งาน บ่งบอกว่า มีความสุขในสิ่งที่พูดออกมาจนเกิดความมั่นใจ หากต้องการให้การพูดดีขึ้นกว่าเดิม ให้ใช้คำสุภาพ น้ำเสียงไม่เบา เพราะพูดเบาแสดงให้เห็นว่าขาดความมั่นใจ แต่ถ้าพูดดังเกินไปแสดงถึงการใช้อำนาจ เมื่อพูดน้ำเสียงที่เหมาะสมก็ทำให้บรรยากาศการสัมภาษณ์เป็นกันเองมากขึ้น ไม่ใช่เป็นการสอบสวนหรือตรวจสอบ เพราะถ้าคิดเช่นนี้ก็จะเกิดความกังวลใจและเกร็งในการตอบคำถาม ที่สำคัญในการตอบคำถาม คือ ความจริงใจหรือไม่โกหก ถ้ามีการโกหกไปแล้วจะต้องโกหกไปเรื่อย ๆ เพราะผู้สัมภาษณ์จะตั้งคำถามต่อไปอีก หากตอบไม่ได้หรือไม่เคยทำมาก่อน ก็ควรตอบว่า พร้อมที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่จนมีความเชี่ยวชาญในงานนั้น

ผู้สัมภาษณ์จะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ได้ตั้งคำถาม เราแนะนำว่า ควรที่จะตั้งคำถาม ไม่ใช่ไม่สงสัยอะไรเลย เพราะเป็นการบ่งบอกว่าไม่สนใจงานอย่างแท้จริง ซึ่งจะแตกต่างกับคนที่สนใจงาน สังเกตได้จากการมีคำถาม เช่น ตำแหน่งที่สมัครมีความก้าวหน้าสิ้นสุดถึงไหนหรือมีการเติบโตอย่างไร หรือมีนโยบายการอบรมเสริมความรู้ให้กับพนักงานอย่างไร เป็นต้น

การทำงานประจำไม่เพียงแต่เป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณได้พัฒนาและสั่งสมประสบการณ์ เพื่อให้ชีวิตการทำงานได้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม การจะได้ทำงานประจำจะต้องมีการสมัครงานและสัมภาษณ์งานให้ผ่านเสียก่อน ซึ่งถ้าคุณเตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว ที่เหลือก็แค่สูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเข้าห้องสัมภาษณ์ไปอย่างมั่นใจ

สัมภาษณ์อย่างไรให้ได้งานประจำ

คุณได้อะไรบ้างจากการทำงานประจำ

สิ่งที่คุณจะได้รับจากงานประจำ

งานประจำอาชีพมนุษย์เงินเดือนที่ใช้แรงงาน และใช้เวลาทำงานเพื่อแลกกับรายได้ที่ถูกจ้างตามความสามารถนั้น นอกจากเงินเดือนที่เป็นค่าความสามารถที่ได้รับทุก ๆ เดือนแล้วงานประจำยังให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด ลองมาดูกันว่างานประจำให้อะไรกับคุณบ้าง

สิ่งที่จะได้รับจากงานประจำ

รายได้ที่แน่นอน – สิ่งแรกที่คุณจะได้แน่นอนจากงานประจำคือ การมีรายได้คงที่สม่ำเสมอทุกเดือน ตามสัญญาจ้าง ทำให้สามารถบริหารจัดการวางแผนในเรื่องการใช้เงินในแต่ละเดือนได้ง่ายขึ้นเพราะมีรายได้ที่เข้ามาเป็นจำนวนที่ชัดเจนทุกเดือน

สวัสดิการตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง – สิ่งต่อมาที่คุณจะได้จากงานประจำ คือ สวัสดิการต่าง ๆ ตามสัญญาจ้างของแต่ละบริษัท อาทิเช่น ประกันสังคม ประกันชีวิต ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมันรถ โบนัส รถประจำตำแหน่ง เป็นต้น ซึ่งแต่ละบริษัทนั้นจะกำหนดเงื่อนไขของสวัสดิการต่างกันไป ตามความเหมาะสมและลักษณะการทำงานเป็นอย่าง ๆ ไป

ได้เพื่อนที่มีความสนใจเหมือน ๆ กัน – ที่ทำงานก็จะประกอบไปด้วยคนทำงานในช่วงอายุที่แตกต่างกัน เมื่อเข้าสู่วัยทำงานการที่เราจะมีเพื่อนจากที่ทำงานเดียวกันนั้น ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะได้เพื่อนจากการที่มีความสนใจเหมือนกัน เช่น สนใจซุปเปอร์สตาร์คนเดียวกัน สนใจกิจกรรมคล้าย ๆ กัน เช่น ชอบการถ่ายภาพ ชอบการออกกำลังกาย ชอบการท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งความสนใจที่ใกล้เคียงกันหรือเหมือนกันจะเป็นตัวเชื่อมโยงให้มาสนิทสนมกันง่ายขึ้น และทำให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราว แชร์ประสบการณ์กันและกัน จนกระทั่งสนิทเป็นเพื่อนกันในที่สุด

ได้ทักษะจากการเข้าสังคม – สังคมในที่ทำงาน มักประกอบด้วยเพื่อนร่วมงานและเจ้านายที่ล้วนมีนิสัยที่แตกต่างกัน สิ่งหนึ่งที่คุณจะได้ไปโดยไม่รู้ตัวนั่นคือ ทักษะของการเข้าสังคม ซึ่งเป็นทักษะของการปรับตัวที่จะทำให้คุณอยู่ในสังคมของที่ทำงานได้อย่างมีความสุข หรืออย่างน้อยที่สุด การปรับตัวก็ทำให้ตัวเราเองไม่รู้สึกอึดอัดและสามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงานของคุณได้นั่นเอง

มีหลักฐานรับรองรายได้ – เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ต่าง ๆ

การที่ทำงานประจำ ทำให้คุณมีสเตทเม้นท์รับรองการมีรายได้ที่แน่นอนของคุณ ทำให้คุณสามารถใช้สเตทเม้นท์นั้นไปยื่นขอกู้เงินซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือทำบัตรเครดิตได้ง่ายและสะดวกขึ้น

การพัฒนาความสามารถ – ในสถานที่ทำงาน ย่อมมีแต่คนที่มีความสามารถ ทำให้คุณต้องผลักดันตัวเอง พัฒนาความสามารถ ความรู้ และทักษะในการทำงานให้เชี่ยวชาญมากขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นวิชาติดตัว ที่ไม่มีใครสามารถมาลอกเลียนแบบได้ อีกทั้งได้รู้จักเพื่อนร่วมงานเก่ง ๆ จะยิ่งทำให้คุณได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและทัศนคติ เล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ทำให้หูตากว้างไกลยิ่งขึ้น

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว งานประจำทำให้สามารถวางแผนการใช้ชีวิตได้ล่วงหน้า เช่น ลาพักร้อน การไปเที่ยว หรือการได้วันหยุดตามเทศกาลต่าง ๆ แต่ก็ยังได้รับเงินเดือนตามปกติ ต่างจากการทำงานอิสระที่หยุดงานเมื่อไหร่ ก็เหมือนขาดรายได้ตามไปด้วย

คุณได้อะไรบ้างจากการทำงานประจำ

ข้อคิดที่ดีก่อนปิดฉากจากงานประจำ

ข้อคิดที่ดีก่อนปิดฉากจากงานประจำ

ขึ้นชื่อว่าเป็น มนุษย์เงินเดือน แล้ว เชื่อว่าคนคงเคยรู้สึกเบื่อหน่าย อยากลาออก หรืออยากเปลี่ยนงานใหม่ ยิ่งในยุคปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะทำธุรกิจส่วนตัวหรือเป็นนายตัวเองมากกว่าทำงานเป็นลูกจ้าง ยิ่งทำให้เพิ่มโอกาสการลาออกจากงานประจำมีมากขึ้นไปอีก ยังไม่นับรวมลูกจ้างอีกกลุ่มที่ตัดสินใจทิ้งงานประจำเพื่อเลี้ยงลูกน้อย

ก่อนตัดสินใจยุติงานประจำแล้วเริ่มเดินตามความฝันของตัวเอง ควรต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ให้รอบคอบ เพราะเมื่อเดินออกจากเส้นทางของการเป็นลูกจ้างแล้ว อยากย้อนกลับมายืนในจุดเดิม เป็นเรื่องที่ยาก ที่สำคัญมีคนจำนวนไม่น้อยนึกเสียใจและยอมรับว่าตัดสินใจพลาด เพราะไม่ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินตามเส้นทางนี้

สิ่งที่ต้องคิดก่อนเลิกเป็นลูกจ้าง

ทดสอบหารายได้ โดยใช้เวลาว่างทำอาชีพที่คิดว่าจะเป็นแหล่งรายได้ประจำในอนาคต อาจใช้เวลาในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือใช้วันหยุดพักร้อนประจำปี ทดลองทำงานที่หวังไว้ว่าจะราบรื่นและไปได้ดีอย่างที่คิดหรือไม่ หากมีอุปสรรคมากมายเกินกว่าจะฝ่าฟัน แนะนำให้กลับมาตั้งหลักแก้ปัญหาจากงานประจำเดิมแทน เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ยังเป็นงานที่คุ้นเคยและผ่านมือมาจนมีประสบการณ์อยู่แล้ว ซึ่งน่าจะแก้ปัญหาได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ การทดลองทำอาชีพใหม่ดูก่อน ยังน่าจะเปลี่ยนมุมมองหรือความเบื่อหน่ายในงานประจำที่ทำอยู่เดิมได้ด้วย

การเตรียมสะสางหนี้สิน ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง ควรทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการหนี้สินเดิม ๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้สามารถโฟกัสเฉพาะหนี้ที่จะเกิดขึ้นจากการทำธุรกิจหลักของตัวเอง ดังนั้น ภาระหนี้บ้าน ค่าผ่อนรถ หนี้บัตรเครดิต ต้องพยายามเคลียร์ให้หมด หรือให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระหลายทางให้ต้องพะวักพะวงและเพิ่มความเครียด

วางแผนทางการเงินรับกับกรณีฉุกเฉิน ต้องนึกเสมอว่าอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ หากเกิดเรื่องฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็นเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นหลังจากลาออกจากงานประจำ ก็อาจทำให้เดือดร้อนเรื่องการเงินเพิ่มขึ้น การเตรียมเงินไว้รับมือเหตุฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องจำเป็น แต่หากมีประกันสุขภาพ ประกันชีวิตไว้ ก็น่าจะเบาใจในเรื่องนี้ได้บ้าง นอกจากนี้ยังต้องเตรียมเงินไว้สำรองเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหลังออกจากงาน เป็นจำนวน 5-6 เท่าของเงินที่เคยได้ในแต่ละเดือนก่อนที่ธุรกิจใหม่จะสามารถทำเงินหรือสร้างรายได้เข้ามาทดแทน ค่าใช้จ่ายประจำในส่วนนี้ได้แก่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

เตรียมความพร้อมด้านจิตใจ หลายคนมองข้ามเรื่องนี้เพราะอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นรูปธรรมมาก แต่ความจริงแล้วหลายคนเหมือนเสียสถานะทางสังคมไปหลังการลาออกจากงานประจำ จึงต้องตรวจสอบความพร้อมของตัวเองก่อนว่ารับกับสิ่งนี้ได้หรือไม่

การตัดสินใจยุติงานประจำไม่ได้เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ใครที่เป็นลูกจ้าง มีเงินเดือนและรายได้เป็นประจำในแต่ละเดือนอยู่แล้ว ควรใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจ ชั่งน้ำหนักถึงผลดีผลเสียให้รอบด้าน เพื่อไม่ให้ต้องกลับมาเสียใจหรือโทษตัวเองว่าตัดสินใจผิดพลาด

สิ่งที่ต้องคิดก่อนเลิกเป็นลูกจ้าง

อาชีพเสริมอะไรที่ทำให้ดี แล้วจะแทนงานประจำได้

อาชีพเสริมอะไรที่ทำให้ดี แล้วจะแทนงานประจำได้

ปัจจุบันผู้คนนิยมหางานทำแบบที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองเพื่อเสริมหรือทดแทน งานประจำ ซึ่งมีงานประจำหลายอย่างที่สามารถเริ่มต้นมาจากการทำเป็นงานอดิเรก แต่สามารถสร้างรายได้ดี จนสามารถลาออกจากงานประจำในรูปแบบบริษัทมาทำเป็นอาชีพส่วนตัวได้ เรามาดูกันว่ามีงานอะไรบ้าง

อาชีพที่สามารถเปลี่ยนมาเป็นงานประจำได้

การปลูกผักขาย ปัจจุบันการปลูกพืชกินได้ เพื่อขายทำเป็นผักสลัดและอาหารเพื่อสุขภาพนั้น เป็นที่นิยมมาก เนื่องจากสอดคล้องกับความสนใจของผู้คนที่ต้องการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็งมากยิ่งขึ้น แม้คุณจะมีพื้นที่จำกัด ก็เริ่มปลูกได้ในตะกร้าและกระถาง ซึ่งใช้พื้นที่น้อย ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้ได้จากคลิปใน YouTube ที่มีคนสอนวิธีการไว้มากมาย หากทำเป็นกิจวัตร ก็จะมีลูกค้าสั่งซื้อผักประจำจากคุณ ทำให้มีรายได้จนทำแทนงานประจำได้

การทำงานเขียน ในอดีตจะต้องเป็นคนที่ทำนิยายขายรวมเล่มตีพิมพ์ แต่ในปัจจุบัน การทำงานเขียนสามารถสร้างรายได้ง่าย ๆ จากการขายงานให้แก่บริษัทสินค้าต่าง ๆ เพื่อนำไปประกอบในการช่วยจูงใจให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าหรือเขียนบทความประกอบในเว็บไซต์ เพื่อที่จะช่วยให้คนมาอ่านเนื้อหาใหม่ ๆ ในเว็บไซต์ของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เรียกว่าเป็นการเสริมระบบ SEO ให้ดียิ่งขึ้น คนที่ชอบงานเขียน จึงสามารถทำต่อเนื่องเป็นงานประจำได้

การทำขนมเบเกอรี่ขาย การทำเบเกอรี่โฮมเมดได้รับความนิยมมาก เพราะสามารถเลือกเวลาทำด้วยตัวเอง และไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดช่องทางขายสินค้าทาง Facebook, Instagram หรือ YouTube ซึ่งสามารถรับออเดอร์จากลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้ตลอดทั้งปีด้วย ถ้าคุณมีฝีมือในการทำขนมเบเกอรี่ ลองเริ่มจากการใช้เวลาตอนเย็นหลังเลิกงานฝึกฝีมือบ่อย ๆ หลังจากนั้นก็สามารถที่จะรับออเดอร์ได้อย่างต่อเนื่อง จนอาจมีรายได้มากพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวแทนงานในออฟฟิศได้

การทำคลิป YouTube การทำช่องยูทูปได้รับความนิยมมากจากคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะสามารถนำเสนอสิ่งที่ตัวเองสนใจในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเปิดช่อง YouTube สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง คุณสามารถสร้างรายได้จากการมีโฆษณาเข้ามาติดต่อ หรือการรีวิวสินค้าต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน หากทำคลิปอัปเดตใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอจะมีผู้ติดตามจำนวนมากอย่างรวดเร็ว จนคุณสามารถมีรายได้หลักแสนหลักล้านต่อเดือนได้ไม่ยาก

จะเห็นได้ว่ามีงานมากมายที่คุณสามารถที่จะเริ่มทำและพัฒนาต่อยอดไปจนเป็นงานประจำที่มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ เราหวังว่าบทความนี้จะให้แนวทางที่ทุกคนสามารถเห็นช่องทางสร้างรายได้และนำไปปรับใช้ได้ต่อไป

อาชีพที่สามารถเปลี่ยนมาเป็นงานประจำได้

จากเด็กฝึกงานก้าวสู่ งานประจำ ต้องทำอย่างไร

จากเด็กฝึกงานก้าวสู่ งานประจำ ต้องทำอย่างไร

การฝึกงานไม่ว่าจะเป็นช่วงปีท้ายอุดมศึกษาหรือช่วงทดลองงานของพนักงานใหม่ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่สิ่งสำคัญคือ ทำงานอย่างเต็มที่เต็มเวลา เรียนรู้ทักษะจากงานนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการฝึกงานเป็นวิธีการคัดกรองคนที่มีความสามารถจากประสบการณ์จริง ถ้าเข้ามาฝึกงานเรียนรู้ไว้ก่อนจะมีข้อได้เปรียบอย่างมาก นายจ้างและองค์กรต่างๆ มองหาเด็กฝึกงานที่มีความมุ่งมั่น มีทัศนคติที่ดีต่องาน มีความทะเยอทะยาน มีจรรยาบรรณในการทำงานอย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นต้องลงมือทำอย่างจริงจังจึงจะทำงานได้ดี เชื่อถือได้ รวมทั้งสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมแบบทีมเวิร์ก ซึ่งคุณสามารถพิสูจน์ให้เห็นคุณสมบัติเหล่านี้ได้ในระหว่างฝึกงาน แผนกทรัพยากรบุคคลจำนวนไม่น้อยมองหาพนักงานเต็มเวลาซึ่งเคยฝึกงานกับทางองค์กรมาก่อน ทำให้มีโอกาสก้าวข้ามจากสถานะเด็กฝึกงานกลายเป็นพนักงานเต็มเวลาในที่สุด

สำหรับหลายคนที่ต้องการผันตัวจากเด็กฝึกงานไปทำงานประจำ คุณจะผ่านขั้นตอนสุดท้ายไปได้อย่างไร เรามีเคล็ดลับในการปฏิบัติตนให้เข้าตาผู้บริหาร เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งพนักงานงานประจำ มาฝากกันดังนี้

1.มีความกระตือรือร้น

ระหว่างเป็นเด็กฝึกงานควรแสดงความกระตือรือร้น เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อพัฒนาตัวเอง การทำงานทุกอย่างต้องใช้ทักษะการสื่อสารที่ดี มีทัศนคติเชิงบวกกับงาน หัวหน้างาน และเพื่อนร่วมงาน สภาพแวดล้อมที่อบอุ่น เป็นมิตร และมีความร่วมมือจะสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะยังใหม่ต่อองค์กร แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีความคิดริเริ่มไม่ได้ พยายามซึมซับวัฒนธรรมขององค์กร เรียนรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ บริษัท ธุรกิจ และอุตสาหกรรมเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี พร้อมกับทำวิจัยสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม

2.ขยันตั้งคำถาม

การฝึกงานเป็นประสบการณ์ที่ให้โอกาสการเรียนรู้และลงมือทำจริง ควรใช้ประโยชน์จากสถานะเด็กฝึกงานถามคำถามในเรื่องที่ไม่เข้าใจ เรียนรู้ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ นายจ้างอาจไม่ได้คาดหวังให้พนักงานรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับบริษัท ทุกคนควรทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก่อน แต่ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของเพื่อนร่วมงาน ทำให้หลายคนทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น เข้าใจกันและลดปัญหาขัดแย้งในการทำงานได้มากทีเดียว ยิ่งถามคำถามมากเท่าไรยิ่งได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำงานที่ดีและมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

3.วางแผนและลงมือทำตามเป้าหมาย

การฝึกงานส่วนใหญ่เริ่มต้นจากหน้าที่เล็กๆ จึงง่ายที่จะวางแผนและตั้งเป้าหมายเล็กๆ เดินไปตามทางสู่ความสำเร็จในเวลาสั้นๆ ทำไปเรื่อยๆ ค่อยขยับจุดมุ่งหมายให้ใหญ่ขึ้น สู่เป้าหมายระยะกลางและระยะยาว แม้ว่าหน้าที่ของเด็กฝึกงานอาจจะดูเป็นเรื่องยิบย่อย แต่อย่าลืมว่ากว่าจะก้าวสู่เป้าหมายระยะยาวที่ยิ่งใหญ่นั้น ก็ต้องผ่านเรื่องเล็กๆมากมาย การทำงานเล็กก็อาจพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ ฝึกฝนตนเองให้มีวินัยทำเป้าหมายเล็กให้สำเร็จก่อน และพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิมอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การที่เราเริ่มทำงานในฐานะเด็กฝึกงานเป็นการสร้างมาตรฐานการทำงานที่ดี เรียนรู้สิ่งใหม่ ฝึกการคิดอย่างสร้างสรรค์ รวมไปถึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ถ้าคุณทำได้ตั้งแต่เริ่มต้น การก้าวจากเด็กฝึกงานไปเป็นพนักงานประจำคงไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ

จากเด็กฝึกงานไปทำงานประจำ

ข้อดีของงานประจำที่คนรุ่นใหม่มักมองข้าม

ข้อดีของงานประจำที่คนรุ่นใหม่มักมองข้าม

ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจอยากทำงานแบบไม่ประจำหรืองานแบบฟรีแลนซ์มากกว่างานที่ต้องทำอยู่ในองค์กรหรือออฟฟิศอย่างที่รู้จักกันว่าเป็นงานประจำที่ต้องมีเวลาทำงานชัดเจน

ในบทความนี้ เราได้รวบรวมข้อดีที่จะได้จากการทำงานประจำที่คนรุ่นใหม่มักมองข้ามเพื่อช่วยให้การตัดสินใจเลือกทำงานมีข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้

ความมั่นคงของตำแหน่งและเงินรายได้

การทำงานในองค์กรที่ให้จ้างประจำมีความมั่นคงมากกว่าการทำงานแบบฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะถ้าเป็นบริษัทที่เปิดมานานนับสิบปี องค์กรที่มีขนาดใหญ่ มีบุคลากรจำนวนหลายร้อยคน รวมถึงความมั่นคงในเรื่องของตำแหน่งและเงินเดือนที่จะได้รับตลอดเวลาที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน

ทั้งนี้ ยังไม่นับเงินโบนัสที่จะพนักงานประจำจะได้รับทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี ซึ่งการทำงานแบบไม่ประจำ หรืองานฟรีแลนซ์ จะไม่มีความมั่นคงและเงินรายได้

การมีสังคมที่อบอุ่น

การทำงานประจำในออฟฟิศ จะทำให้มีสังคมเพื่อนร่วมงานในอาชีพเดียวกัน ทำให้พูดคุยกันได้อย่างเข้าใจ มีความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองมากกว่าการทำงานแบบฟรีแลนซ์ ที่จะเกี่ยวข้องกับผู้อื่นในส่วนของงานที่รับผิดชอบเท่านั้น

การมีงานประจำยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้กับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี เช่น ผู้ที่อาวุโสกว่า จะสามารถช่วยในการชี้แนะและให้คำแนะนำในเรื่องของงานทั้งเชิงเทคนิค รวมถึงการให้คำแนะนำแก้ไขปัญหาเรื่องการปรับตัวเข้ากับงานและเรื่องส่วนตัวต่าง ๆ ได้อีกด้วย

การพัฒนาตนเอง

การทำงานประจำในบริษัทจะมีโอกาสได้อบรมในทักษะที่หลากหลาย เพื่อเอามาใช้ต่อยอดกับการทำงาน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทจะมีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้เจ้าหน้าที่ ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการไปอบรมนอกสถานที่ ทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งยังสามารถบันทึกเป็นประวัติการอบรมหรือ portfolio ที่สำคัญต่อความน่าเชื่อถือ หากจะไปทำงานเสริมรายได้อื่น ๆ เช่น เป็นอาจารย์สอนพิเศษ รับงานฟรีแลนซ์เสริมจากงานประจำ เช่น โปรแกรมเมอร์ รับแก้โค้ด หรือจะเป็นประเภทรับทำเว็บไซต์ทั่วไปอย่างเว็บเล่นคาสิโน Hero88 เป็นต้น ซึ่งหากเลือกทำงานแบบฟรีแลนซ์ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอบรมความรู้ต่าง ๆ เพิ่มเติมเพื่อศึกษาเรียนรู้เอง

การมีสวัสดิการ

การเป็นลูกจ้างประจำ จะมีสวัสดิการสิทธิ์ประกันสังคม ที่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาล ค่าทำฟันหรือสิทธิทางทันตกรรม ฯลฯ หากมีการลาออก ก็ยังสามารถได้เงินสำรองเลี้ยงชีพระหว่างที่รอหางานใหม่ด้วย ซึ่งการเป็นฟรีแลนซ์ไม่มีในส่วนนี้อย่างแน่นอน

จะเห็นได้ว่า ข้อดีของงานประจำที่กล่าวมาเป็นประเด็นสำคัญที่คนรุ่นใหม่ไม่ควรมองข้าม เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการเลือกทำงานทั้งในรูปแบบงานประจำหรืองานแบบฟรีแลนซ์ได้ดียิ่งขึ้น

การทำงานประจำที่คนรุ่นใหม่มักมองข้าม

อุปนิสัยที่ควรมีในการเป็นพนักงานประจำ

อุปนิสัยที่ควรมีในการเป็นพนักงานประจำ

การทำงานประจำในภาครัฐบาลและเอกชน จำเป็นจะต้องมีอุปนิสัยที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างไม่บกพร่อง และยังทำให้สามารถเติบโตได้เป็นอย่างดี ในหน้าที่การงานสายของตนเอง

เราจึงได้นำคำแนะนำจากนักวิชาการที่มีประสบการณ์สูง ที่กล่าวไว้เพื่อให้ผู้ที่เป็นพนักงานประจำ ได้นำไปวิเคราะห์ตนเองและปรับปรุงเพื่อพัฒนาให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

1. มีความมุ่งมั่น เป้าหมายที่ชัดเจนในสายงานตัวเอง

การมีเป้าหมายที่ชัดเจน จะช่วยให้มีแรงบันดาลใจ ที่จะพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น มีความต้องการได้รับการเลื่อนขั้นเป็นระดับหัวหน้าฝ่าย หัวหน้าแผนก ภายในระยะเวลา 5 ปี

เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน จะทำให้รู้ว่าต้องศึกษาในศาสตร์ใดเพิ่ม เช่น การฝึกฝนด้านภาษา การอบรมในคอร์สเสริมบุคลิกภาพหรือหลักสูตรต่าง ๆ สำหรับผู้นำ จะทำให้การวางแผนชีวิตในระยะต่าง ๆ ชัดเจนและมีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูง

2. ทุ่มเทและอดทนสม่ำเสมอ

การทุ่มเทในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องยึดเป้าหมายขององค์กรเป็นหลัก คิดเสมอว่าเราเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่จะทำให้งานรุดหน้าได้ และต้องอดทนไม่ว่าจะเจอปัญหาหนักแค่ไหนก็ตาม

การไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากพนักงานประจำจะต้องเจอกับบุคคลที่หลากหลายทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ลูกค้า ฯลฯ มีงานที่ได้รับมอบหมาย มาให้ใช้กำลังสติปัญญาแก้ไขปัญหาอยู่เสมอ หากไม่มีความอดทนก็จะมีความเบื่อหน่ายในงาน และมักจะลาออกก่อน ทำให้ไม่สามารถประสบความสำเร็จในอาชีพได้

3. มีความตรงต่อเวลา

พนักงานประจำจะต้องเข้าและออกงานตามเวลา เพื่อให้ไม่ถูกปรับหรือบันทึกการมาทำงานสาย และเป็นการฝึกฝนวินัยในการใช้เวลาอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ผู้ที่เข้าออกงานตามเวลา จะเป็นตัวอย่างที่ดีของเพื่อนร่วมงานและรุ่นน้องที่จะนำไปปฏิบัติตาม ทำให้องค์กรสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐหรือองค์กรภาคเอกชน

4. ไม่จำกัดการเรียนรู้ศาสตร์ใหม่ ๆ

การขอเรียนรู้งานจากรุ่นพี่หรือเพื่อนร่วมงานที่ชำนาญกว่าในศาสตร์ด้านอื่นที่อาจนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาสายงานที่ตนเองต้องรับผิดชอบอยู่ เป็นสิ่งที่ทำให้มีไฟในการทำงานอยู่เสมอ เช่น การให้สอนเพิ่มเติมในโปรแกรมวาดภาพจากคอมพิวเตอร์ หรือการศึกษางานช่างหรือกลไกทางด้านวิศวกรรมเพิ่มเติม หากเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการผลิตเครื่องจักร เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า การเป็นพนักงานประจำ ต้องมีความทุ่มเทตั้งใจและเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะทำให้ตัวเองเติบโตได้ในสายงานเป็นอย่างดี และยังทำให้องค์กรเกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้และทำงานร่วมกันอย่างขันแข็ง ที่จะทำให้หน่วยงานมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

คำแนะนำจากนักวิชาการที่มีประสบการณ์สูง

ข้อดีของงานประจำ การทำงานประจำมีดีมากกว่าที่คิด

ข้อดีที่มากกว่าเงินเดือนในการทำงานประจำ

ข้อดีของการทำงานประจำนั้น คือการการันตีรายได้ที่มั่นคงในแต่ละเดือน การทำงานประจำยังมีดีหลายอย่างกว่าที่คุณคิด สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะทำงานเป็นพนักงานประจำ จะทำธุรกิจส่วนตัวหรือฟรีแลนซ์ ก่อนจะตัดสินใจเลือก เรามีข้อดีที่มากกว่าเงินเดือนในการทำงานประจำมาฝากให้คุณได้พิจารณา

1.สมัครบัตรเครดิตได้ง่าย เพราะคุณมีเงินเข้าออกเป็นประจำทุกเดือน รายได้แน่นอน มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งและสามารถตรวจสอบได้ ฉะนั้นหากคุณต้องการมีบัตรเครดิตสักใบ หรือแม้แต่การกู้สินเชื่อบ้าน รถ ธนาคารยินดีอ้าแขนรับคุณเสมอ

2.มีสวัสดิการของที่ทำงาน บางทีคุณอาจได้รับโบนัสก้อนโตเป็นรางวัลในความขยัน และผลงานที่คุณสร้าง รวมไปถึงสวัสดิการดี ๆ หลายอย่าง เช่น เงินชดเชยช่วงลาคลอด ลาป่วยได้โดยไม่โดนหักเงิน ที่บริษัทมีให้เฉพาะพนักงานประจำเท่านั้น

3.มีตารางชีวิตที่แน่นอน คุณไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับตารางงานที่แปรผันตามการว่าจ้าง คุณมีเวลาเลิกงานที่ชัดเจน สามารถจัดตารางเพื่อไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดกับคนที่รักได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงาน

4.มีการเติบโตในสายงาน ทำให้คุณเกิดความพยายาม มุ่งมั่นในการทำงานอย่างมีเป้าหมาย เพราะทุกคนสามารถเลื่อนขั้นได้หากมีอายุการทำงาน วุฒิภาวะที่เหมาะสม และผลงานเป็นที่ยอมรับ ไม่เพียงแค่นั้น โอกาสการก้าวหน้าในเงินเดือนก็มีด้วยเช่นกัน

5.ไม่มีงานนอกเวลา เพราะตารางการเข้างานและเลิกงานถูกกำหนดเอาไว้แล้ว คุณไม่ต้องมานั่งกังวลว่าต้องแก้งานส่วนไหนเพิ่มเติม หากมีงานนอกเวลาจริงทางบริษัทก็จะมีเงินโอทีเป็นค่าตอบแทน ยังไงคุณก็ไม่เหนื่อยฟรี

6.มีทีมเวิร์ก คุณไม่ต้องมานั่งแบกรับความกดดันเพียงคนเดียว เพราะที่ทำงานของคุณจะมีเพื่อน ๆ คอยช่วยเหลือเสมอ ทำให้งานผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี หรือถ้ามีสิ่งผิดพลาดทุกคนก็พร้อมที่จะช่วยกันแก้ไข ที่สำคัญผู้ร่วมงานจะไม่ทำให้คุณเหงา ในแต่ละวันคงจะมีเรื่องสนุกมาเล่าสู่กันฟังไม่มีเบื่อ

7.ลดความเสี่ยงในการลงทุน เพราะหน้าที่ของคุณคือทำตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วง ไม่ต้องมานั่งเครียดเรื่องการขาดทุน กำไร หรือแม้แต่เรื่องการลงทุนในแต่ละภาวะเศรษฐกิจ

เห็นไหมว่าการทำงานประจำไม่ได้มีดีแค่เงินเดือนมั่นคงเท่านั้น แต่คุณยังสามารถตัดปัญหาความยุ่งยากวุ่นวายหลายอย่างออกไปได้สบาย ไม่ต้องแบกรับปัญหาเพียงคนเดียว แต่การทำงานประจำนั้น คุณต้องมีวินัยในการทำงาน ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ ทำงานมีประสิทธิภาพ บริหารเงินเดือนดี รับรองว่าแม้ทำงานประจำคุณก็รวยได้

ข้อดีของงานประจำ การทำงานประจำมีดีมากกว่าที่คิด

วิธีสร้างความก้าวหน้าใน งานประจำ

งานประจำก็ยังนับเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคง

งานประจำ คือหนทางการสร้างรายได้ที่มั่นคงสำหรับใครหลาย ๆ คน ส่งผลให้ผู้คนเหล่านั้นเลือกใช้เป็นหนทางในการสร้างรายได้ให้กับชีวิต แต่ในขณะเดียวกันผู้คนเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็มักเกิดความกังวลว่าการประกอบอาชีพประจำเหล่านั้นจะสามารถสร้างความก้าวหน้าในชีวิตได้จริงหรือไม่ เพราะตำแหน่งงานก็มักคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งการทำงานยังมีโอกาสที่จะต้องพบเจอกับปัญหาต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

อย่างไรก็ตามงานประจำก็ยังนับเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคง ผู้ที่ทำงานประจำจึงควรรู้ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานตามรายละเอียดต่อไปนี้

ห้ามทำงานแบบหยุดนิ่งอยู่กับที่ แม้ว่าหน้าที่การงานของท่านจะเหมือนเดิม ๆ ทุก ๆ วัน แต่ท่านก็ไม่ควรปล่อยให้ความจำเจมาเป็นอุปสรรคต่อความเจริญก้าวหน้า ควรพิจารณาหนทางที่จะช่วยพัฒนาให้งานที่ทำอยู่มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น หรือลองขอเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบดูเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม การทำงานอย่างกระตือรือร้นย่อมส่งผลดีต่อความก้าวหน้าทางการเงินได้อย่างแน่นอน

เปิดใจรับฟังทุก ๆ ข้อเสนอแนะ แม้ว่าคุณจะมีประสบการณ์ในหน้าที่การงานมาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่ก็อย่าถือทิฐิว่าตนเองมีความชำนาญในสิ่งนั้น ๆ เหนือคนอื่น ๆ เพราะความคิดดังกล่าวจะปิดกันไม่ให้คุณเปิดรับฟังข้อเสนอแนะอื่น ๆ ให้เข้ามาในชีวิตได้ จนหมดโอกาสที่จะพัฒนาตนเองให้เกิดความก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้

อย่าพึ่งพาคนอื่นมากเกินไป หากคุณเป็นผู้ทำงานประจำที่ต้องคอยขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นอยู่เสมอ ย่อมเป็นการยากที่หัวหน้างานจะเห็นความสามารถของคุณและพิจารณาเพิ่มโอกาสตำแหน่งงานดี ๆ ให้กับคุณ ดังนั้นจึงควรพิจารณาพัฒนาตนเองให้ไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้อื่นในการทำหน้าที่การงานให้สำเร็จอีกด้วย

อย่าขาดเป้าหมายในการทำงาน การขาดเป้าหมายในการทำงานจะทำให้คุณไม่สามารถกำหนดทิศทางในการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นแม้ว่างานประจำที่ทำอยู่จะเป็นตำแหน่งงานที่เล็กเพียงใดก็ควรตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเอาไว้เพื่อสร้างความมุ่งมั่นและความตั้งใจในการสร้างความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเอาไว้ด้วย

การสร้างความเชื่อมั่นให้กับตนเอง เมื่อมีเป้าหมายใด ๆ ในการทำงานแล้ว ก็อย่ามัวลังเลหรือไม่แน่ใจว่าตนเองจะทำได้สำเร็จหรือไม่ แต่ควรทำงานประจำอย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ เพราะจะเป็นหนทางพาคุณไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแท้จริงนั่นเอง

ความก้าวหน้าในงานประจำย่อมส่งผลดีในหลาย ๆ ด้านของชีวิตคุณ ทั้งฐานะทางการเงินที่มั่นคงมากขึ้นตามตำแหน่งการงานที่รับผิดชอบ ความมีหน้ามีตาในสังคมเมื่อดำรงตำแหน่งงานใหญ่ ๆ ที่มีความสำคัญ รวมทั้งสร้างความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการได้อย่างแท้จริง

วิธีสร้างความก้าวหน้าใน งานประจำ

งานประจำน่าเบื่อเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จได้อย่างไร

สิ่งที่คนทำงานจะได้จากงานประจำ

เมื่อรู้สึกเบื่องานประจำ คนส่วนใหญ่ก็ยังทนทำงานต่อไป เพราะงานหายากสำหรับทุกวันนี้ การทำงานประจำซ้ำ ๆ ซาก ๆ ทำให้เราเหมือนจะกลายเป็นหุ่นยนต์ไร้ชีวิตจิตใจเข้าไปทุกที เรื่องนี้อธิบายได้ว่าทำไมคนถึงเกลียดวันจันทร์ซึ่งเป็นวันทำงานวันแรก เกลียดเสียงนาฬิกาปลุก พอมาถึงที่ทำงานเปิดคอมพิวเตอร์แล้วรู้สึกร่างกายอ่อนล้า มีเอกสารกองโตและการประชุมที่น่าเบื่อ ความเบื่อหน่ายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เกิดกับงานประจำได้ทุกสาขาอาชีพ คนขับแท็กซี่เบื่อรถติดในชั่วโมงเร่งด่วนหรือระหว่างขับไปสนามบิน แม้แต่คนมีชื่อเสียงก็ยังเบื่ออาชีพของตัวเองได้เหมือนกัน

สิ่งที่คนทำงานจะได้จากงานประจำ

เชื่อหรือไม่ว่างานประจำอาจจะน่าเบื่อก็จริง แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้มองหาความแปลกใหม่และมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น หากคุณเห็นความจริงข้อนี้ควรนับว่าตัวเองโชคดี ความเบื่อสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในที่ทำงาน เป็นเรื่องธรรมดาที่งานไม่ตรงกับความสนใจซึ่งบางคนไม่เข้าใจ ได้แต่ทำหน้าที่เดิม ๆ เบื่อหน่ายมากขึ้นทุกวันโดยไม่มองหาสิ่งใหม่หรืออาชีพที่เหมาะกับตนเองมากกว่า ถ้าเบื่องานมาก ๆ ควรคิดทบทวนว่าทำไมถึงสมัครงานนี้ตั้งแต่แรก ถ้าเหตุผลคือต้องการรายได้ เงินเดือนสูง หรือไม่มีทางเลือกอื่น เมื่อถึงตอนนี้มาถึงจุดอิ่มตัวแล้วอาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่อาชีพใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ และอนาคตใหม่ที่น่าพอใจกว่าเดิม

ลองนึกภาพคุณทำภารกิจเดียวกันเป็นปี ไม่เติบโตและไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่เป็นใครก็ต้องเบื่อและเริ่มตั้งคำถามว่าบริษัทมองเห็นคุณค่าในตัวคุณน้อยเกินไปหรือไม่ ความรู้สึกนี้จะบั่นทอนกำลังใจและค่อย ๆ ลดแรงจูงใจในการทำงานลง บางคนทำงานหนักเกินไป เหนื่อยเกินไป จนรู้สึกเหมือนตนเองถูกดูดพลังไปจนหมด หรือบางคนมีเวลาว่างมากเกินไปรู้สึกสนใจงานน้อยลงก็เป็นปัญหาได้เช่นเดียวกัน

คนจำนวนมากพบว่าทำงานย่ำอยู่กับที่ ไม่มีความก้าวหน้า อาจเป็นเพราะไม่ได้รับโอกาสให้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ หรืองานประจำที่ได้รับมอบหมายไม่มีความท้าทายเอาเสียเลย ความเบื่อหน่ายจะเป็นสัญญาณเตือนให้สำรวจโอกาสการทำงานที่แตกต่างจากเดิม ทุกคนมีจุดแข็งและพรสวรรค์ต่างกัน ควรใช้ความสามารถของตนให้งานออกมาดีที่สุด ควรใช้ประโยชน์จากความหงุดหงิดไม่พอใจเป็นแรงผลักดันค้นหาทางเลือกที่จะหลุดจากสภาพน่าเบื่อที่เป็นอยู่

งานประจำน่าเบื่อเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จได้อย่างไร

ขอแนะนำว่าเลิกหมกมุ่นกับความเบื่อหน่าย หันมาใช้สมองคิดพัฒนาสิ่งใหม่ ให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ซึ่งจะวัดคุณภาพของตัวคุณว่ามีคุณค่ากับงานมากแค่ไหน รับรองว่าจะไม่มีที่ทำงานใดละเลยกับบุคลากรที่ดีอย่างคุณ เคล็ดลับความสำเร็จของคนทำงานไม่ได้มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายด้านประสิทธิภาพ แต่เน้นการเรียนรู้มากกว่า เพราะคุณอาจไม่ได้หยุดอยู่กับงานนี้หรือบริษัทนี้ไปตลอด แต่ก้าวไปสู่องค์กรใหญ่ที่มั่นคงกว่าในอนาคต คนที่อยู่ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลานานจะรู้สึกหมดไฟและกำลังสูญเสียตัวตนไป ลองพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ช่วยให้หายเบื่อซังกะตายหรือเลือกออกไปค้นหาอาชีพใหม่และสร้างความสุขให้กับชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม