ข้อดีของการทำงานประจำที่คนรุ่นใหม่ควรรู้

ข้อดีของการทำงานประจำที่คนรุ่นใหม่ควรรู้

ข้อดีของการทำงานประจำที่คนรุ่นใหม่ควรรู้

เราต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่นิยมหันมาทำธุรกิจส่วนตัวหรือทำงานแบบฟรีแลนซ์ที่มีความเป็นอิสระคล่องตัวสูง ทำงานจากที่ใดก็ได้ เช่น บ้าน ร้านกาแฟ ฯลฯ ทั้งยังเข้ากับไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบมากกว่าการทำงานแบบประจำทั้งในภาครัฐและเอกชน แต่อย่างไรก็ตาม การทำงานประจำก็มีข้อดีหลายด้าน ที่การทำงานอิสระหรือธุรกิจส่วนตัวไม่สามารถให้ได้ จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

1. มีรุ่นพี่ช่วยสอนงานให้ตลอดเวลา

การเรียนรู้งานต่าง ๆ ผ่านการทำงานร่วมกับเพื่อนรุ่นพี่ในออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรเอกชนหรือรัฐบาลล้วนเป็นสิ่งที่ดี เพราะคุณจะได้เรียนรู้ลัดสั้นผ่านประสบการณ์ที่มีผู้ได้ลองผิดลองถูกมาแล้ว หากมีปัญหาในการปฏิบัติงานส่วนใด ก็สามารถสอบถามผู้รู้หลายคนในองค์กรได้ตลอดเวลาด้วย จึงทำให้คุณได้มีการเติบโตทั้งทางความรู้และวุฒิภาวะตามระยะเวลาในการทำงาน แต่หากทำงานแนวอาชีพอิสระ คุณก็ต้องลองเรียนรู้ถูกผิดด้วยตัวเอง

2. ได้มีสังคมเพื่อนที่หลากหลาย

การทำงานในองค์กรใหญ่จะทำให้ได้พบปะผู้คนมากมายตลอดเวลา สังคมของคุณจะกว้างกว่าการทำธุรกิจส่วนตัวหรือเป็นฟรีแลนซ์ ที่แทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับใคร นอกจากลูกค้า ทั้งนี้การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่ว่าเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือชวนกันไปออกกำลังกายหลังเลิกงาน ยังดีต่อการลดความเสี่ยงการเป็นโรคเครียดหรือโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย

3. มีสวัสดิการรองรับตลอดเวลา

เมื่อคุณทำงานในองค์กรต่าง ๆ จะมีระบบสวัสดิการรองรับ เช่น สิทธิ์ข้าราชการ สิทธิ์ประกันสังคม ฯลฯ ซึ่งจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลายด้าน เช่น หากเจ็บป่วยต้องใช้บริการในโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็สามารถเบิกได้ หากแต่งงานมีบุตร ก็สามารถลาคลอดได้ นอกจากการมีสิทธิ์ลาหยุด ลาพักผ่อน ปีละหลายสิบวัน โดยยังได้รับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์ ฯลฯ ซึ่งหากคุณทำงานแบบฟรีแลนซ์หรือประกอบธุรกิจส่วนตัวก็จะไม่มีสวัสดิการใดใดเลย

4. สามารถใช้ตำแหน่งงานเป็นหลักค้ำประกันได้

หากในวันหนึ่งคุณต้องการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เช่น จะซื้อบ้าน คอนโดมิเนียม รถยนต์ ฯลฯ คุณจำเป็นจะต้องมีหลักทรัพย์ หรือมีตำแหน่งและเงินเดือนที่มั่นคงในการค้ำประกันตัวเอง เพื่อให้ทางสถาบันการเงินพิจารณาว่าคุณมีความสามารถในการจ่ายค่างวดได้จนตลอดรอดฝั่ง หากคุณทำงานเป็นแนวฟรีแลนซ์รับจ้างอิสระ จะทำให้คุณมีโอกาสน้อยมากที่จะกู้ผ่าน ประเด็นนี้ถือว่าเป็นข้อดีที่สำคัญของการทำงานแบบประจำเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่าการทำงานประจำนั้นมีข้อดีอยู่หลายด้าน ทั้งในเรื่องของสวัสดิการ การก้าวหน้าในสาขาอาชีพ การมีสังคมเพื่อนฝูงที่ดี ฯลฯ เราหวังว่าจากข้อมูลที่กล่าวมาจะทำให้ผู้อ่านจะได้ไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนที่จะเลือกทำงานประจำหรือแบบอิสระต่อไป

ถึงไม่ได้ทำงานประจำ ก็ทำประกันสังคมได้

รู้ไว้ได้ประโยชน์ ถึงไม่ได้ทำงานประจำ ก็ทำประกันสังคมได้

การที่ปัจจุบัน  เราต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในชีวิต ประกอบกับการมีภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นทุกวัน หลายคนจึงเริ่มวางแผนการเงิน และต้องการทำประกันสังคมเพื่อรองรับความเสี่ยงกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือมีความเจ็บป่วยในอนาคต แต่ก็ยังมีข้อสงสัยและความกังวลใจอยู่ว่า กรณีเป็นบุคคลทำงานอิสระ เป็นแม่บ้านหรือไม่มีงานประจำ จะสามารถทำได้ หรือไม่  เราจึงรวบรวมหาคำตอบมาไว้ให้ที่นี่แล้ว

ไม่ได้ทำงานประจำ ก็ทำประกันสังคมได้

ไม่มีงานประจำก็สมัครในมาตรา 39  หรือ 40 ได้

การทำประกันสังคม  หากเป็นคนที่ไม่เคยทำงานในองค์กร หรือสังกัดหน่วยงานใดมาก่อน สามารถสมัครเป็นผู้ประกันต่อเนื่องในมาตราที่ 40 ได้เลย ในกรณีเคยมีสิทธิประกันสังคมมาก่อน (จะเรียกว่ามาตรา 33) ในช่วงทำงานประจำ แต่ปัจจุบันเพิ่งลาออกมา (ช่วงเวลาไม่เกินหกเดือน) เพื่อทำอาชีพอิสระหรือเป็นแม่บ้าน ก็ต้องสมัครเป็นผู้ประกันตนเองในมาตรา 39  คือ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองเดือนละ 432 บาท โดยหักบัญชีธนาคารหรือชำระเงินสดตามเคาน์เตอร์บริการ เช่น โลตัส 7-11 เพื่อรักษาสิทธิประกันสังคมต่อ

สิทธิประโยชน์ต่างกันอย่างไรระหว่างประกันสังคมมาตรา 39  และ40

ผู้ประกันตัวเองในมาตรา 39 จะมีสิทธิตามกฎหมายอยู่หกด้าน คือ กรณีเจ็บป่วยรักษาตัวที่โรงพยาบาล กรณีคลอดลูก เมื่อมีเหตุทำให้พิการ (ทุพพลภาพ) เงินช่วยค่าทำศพ หากเสียชีวิต สิทธิในการสงเคราะห์บุตร และเบี้ยชราภาพ ส่วนผู้มีสิทธิประกันสังคมในมาตรา 40 จะได้ 4 สิทธิ์ คือ ชดเชยการขาดรายได้หากป่วยต้องนอนโรงพยาบาล (จะได้ในอัตรา 200 บาท ต่อวัน แต่ห้ามเกิน 30 วันต่อปี) หรือพิการ (ได้รับเงิน 500  ถึง 1000 บาททุกเดือน) ค่าทำศพกรณีเสียชีวิต (จะได้รับเงิน 2หมื่นบาท) และเงินบำเหน็จชราภาพ (จะได้รับทั้งส่วนเงินต้นที่ส่งสะสม และดอกเบี้ยเมื่ออายุ 60 ปี)

รู้ไว้ได้ประโยชน์ ถึงไม่ได้ทำงานประจำ ก็ทำประกันสังคมได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสิทธิประโยชน์เงินบำเหน็จชราภาพ ผู้ทำประกันสังคมสามารถเลือกเองได้ว่าจะต้องการสิทธิ์นี้หรือไม่  หากไม่ต้องการก็ชำระเงินสมทบเพียง 100 บาททุกเดือน แต่หากต้องการรักษาสิทธิ์นี้ต้องส่งเดือนละ 150 บาท

ดังนั้นจุดแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างมาตรา 39  และ 40 คือ การที่มาตรา 40 จะไม่มีการได้สิทธิ์ช่วยค่าใช้จ่ายกรณีเจ็บป่วย คลอดลูก สงเคราะห์บุตร แต่สามารถใช้สิทธิ์บัตรทอง หรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า สำหรับการดูแลค่าใช้จ่าย (ค่ายา ค่าห้องพักรักษาตัวกรณีต้องค้างในโรงพยาบาล)  ทั้งนี้มีข้อกำหนดว่า ต้องเป็นสถานพยาบาลที่มีตัวเองมีสิทธิ์อยู่ เท่านั้น (สามารถเช็คผ่านเว็บไซต์ หรือสำนักงานเขตที่มีทะเบียนบ้านอยู่)

การทำประกันสังคมสำหรับผู้ไม่มีงานประจำ ไม่ว่าเลือกเป็นมาตรา 39  หรือ 40 ก็ย่อมมีประโยชน์ต่อตัวของผู้ทำประกันสังคมเอง รวมถึงครอบครัวและผู้ที่เป็นทายาทของผู้ใช้สิทธิ์ด้วย (เช่น ลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ) จึงควรศึกษาข้อมูลและทำไว้เสียแต่เนิ่น ๆ  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรสอบถามสำนักงานประกันสังคมได้ที่เบอร์อัตโนมัติ 1506