หุ่นยนต์ทำงานแทนคน

ระบบหุ่นยนต์เริ่มมาแทนที่ คนตกงานมากขึ้นทุกวัน

หลายบริษัทในสมัยนี้เริ่มมีการพัฒนาต่อยอดเข้าสู่ในยุคที่เราเรียกว่า “ใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคน” ได้ไปอีกก้าวหนึ่ง ถึงจะไม่ทั้งหมดก็ตาม ใครที่เคยดูคลิปโรงงานการผลิตอาหารเข้ากล่องของซีพีคงจะได้เห็นแล้วว่าข้าวกล่องที่มีวางจำหน่ายอยู่ในเซเว่นในเครื่องซีพีนั้นทุกอย่างถูกทำด้วยระบบอัตโนมัติตั้งแต่อการหุงข้าวยันการทำกับข้าว รวมไปถึงแพ็คใส่กล่องเสร็จเรียบร้อยเป็นอย่างดี ไม่มีการจ้างวานคน มีแต่ระบบทำเองล้วน เค้าเรียกกันว่าลงทุนครั้งเดียวหากระบบดีระบบมีความชัดเจนไม่มีการ “Error” อยู่บ่อยก็สามารถลดต้นทุนการผลิตไปได้เยอะอย่างมหาศาล ไม่ต้องมาปวดหัวเรื่องของต้องขอปลดพนักงานช่วงที่ยอดขายตกลงพร้อมกับต้องจ่ายค่าชดเชยกรณีปลดพนักงานด้วยเพื่อให้มันถูกต้องตามกฏหมาย

แน่นอนว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราเมื่อเจอหุ่นยนต์หรือระบบเครื่องกลไกที่สามารถทำงานได้อัตโนมัติและมีความสมบูรณ์แบบ เราก็แย่น่ะสิ หน้าซีดกันเป็นแถวเพราะตัวเราเองนั้น เราเป็นมนุษย์มีอาการเหนื่อยได้ ไม่สามารถทำงานได้เสมอต้นเสมอปลายเหมือนเครื่องจักรแน่นอน จะทำอย่างไรดีเมื่อต้องเจอสาเหตุแบบนี้ มีเพียงเหตุผลเดียวที่เราจะทำได้นั่นก็คือการพัฒนาความรู้ของตัวเอง ต่อยอดความสามารถให้ก้าวกระโดดไปขั้น ไม่ใช่ว่าต้องก้าวกระโดดไปถึงสามารถเขียนระบบออกมาเพื่อให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขียนระบบสร้างหุ่นยนต์ทำงานอัตโนมัติ เพราะถ้าทำได้ขนาดนั้นเราคงไม่ต้องมาเป็นพนักงานลูกจ้างกินเงินเดือนหรอก สู้ทำกิจการเองยังเสียดีกว่า

เครื่องจักรทำงานแทนคน

ระบบดี แต่มีต้นทุนสูง คุ้มไหมต้องคิดดูก่อน

ปัจจุบันยังมีหลายงาน มีหลายส่วนและหลายบริษัทที่จำเป็นและต้องใช้แรงงานคนอยู่ เนื่องจากการบริหารเครื่องจักรที่มีระบบเสถียรมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงหากกิจการไม่ใหญ่จริง การลงทุนกับเครื่องจักรเหล่านี้คงจะไม่คุ้ม แต่เราเองก็ประมาทไม่ได้เพราะเทคโนโลยีถือเป็นตัวอันตรายอย่างแรง เมื่อเวลาผ่านไป ต้นทุนค่าสินค้าเหล่านี้จะถูกลเรื่อยๆเพราะมีเทคโนโลยีใหม่มาแทนที่ เปรียบเสมือนซื้อ iPhone 7 ในเวลานี้ผ่านไปอีกห้าปี iPhone 7 จะขายดีได้ดีซักแค่ไหนกัน อย่างมากเต็มที่ก็ไม่เกิน 10,000 นี่คือความน่ากลัวและความน่าสนใจของเทคโนโลยีของบนโลกของเรา

เมื่อเราเป็นคนทำงานกินเงินเดือน พนักงานประจำตามออฟฟิตหรือว่าตามสำนักงานย่อยต่างๆ เราควรจะมองให้เห็นภาพว่าแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตช่วงยุคสมัยที่เรายังมีชีวิตทำงานอยู่นั้น มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหนบ้าง ไม่ต้องสนใจว่ามันจะถูกต้องหรือผิด ก็อยากให้เราคิดเอาไว้ล่วงหน้าเสียก่อน บางทีถึงมันจะไม่ถูกต้องเสมอไป แต่อย่างน้อยเราก็ได้ลองทำแล้ว อย่าไปคิดว่า เราไม่รู้อนาคตที่แท้จริงจะไปเสียเวลาลองผิดลองถูกเพื่ออะไรกัน อาจจะเสียเวลาเปล่าเสียด้วย แต่ในทางกลับกัน คนเหล่านี้สุดท้ายแล้วจะมีการพัฒนาได้ช้าหรืออาจจะเป็นคนตกงานในอนาคต ถือเป็นกลุ่มสุ่มเสี่ยงมากกว่าคนที่รู้จักพัฒนา ถึงมันจะไม่ถูกต้องเสมอไป แต่บางครั้งก็อาจจะเจอลู่ทางช่องทางอื่นที่ดีกว่าเดิมเพื่อลดความเสี่ยงจากการตกงานก็เป็นได้ หรือหากถูกทางก็จะยิ่งเสริมสร้างโอกาสความก้าวหน้าให้กับงานของเราได้เช่นเดียวกัน

อย่ากลัวความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

มนุษย์เราทุกคนเกิดมาก็เสี่ยงแล้ว… เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลง เราจำเป็นต้องใช้ชีวิตในโลกอยู่ เราก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้โลกของเราที่มีเปลี่ยนไปตามกลไกของมัน เราไม่ใช่ผู้ควบคุมโลกแต่เราเป็นผู้ที่อาศัยอยู่บนโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ใครที่อยู่นิ่งเฉยก็เท่ากับว่าปล่อยให้ชีวิตตัวเองถอยหลัง ถ้าไม่อยากเจอเด็กรุ่นใหม่แซงหน้าหรือแม้แต่รุ่นเดียวกันแย่งตำแหน่งที่สูงกว่า ก็จงอย่าประมาทในชีวิตการทำงาน งานคือเงิน เงินคืองาน งานคือส่วนหนึ่งของชีวิตเรา