หลักเกณฑ์การเลือกงานประจำ ที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนไม่น่าเบื่อ

หลักเกณฑ์เลือกงานประจำ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเลือกใช้ชีวิตแบบพนักงานประจำหรือมนุษย์เงินเดือนนั้น คือ การต้องทำใจยอมรับสภาวะความกดดันในการทำงาน แต่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการประกอบธุรกิจส่วนตัวที่เป็นอิสระ อีกทั้งยังสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินให้เหลือไว้ใช้ในตอนบั้นปลายของชีวิตอีกด้วย

แต่กระนั้น การทำงานประจำก็ยังถูกมองว่าเป็นสิ่งจำใจของคนรุ่นใหม่ หากไม่มีเงินถุงเงินถังหรือธุรกิจรองรับเมื่อเรียนจบ เพราะด้วยความคิดและทัศนคติที่เปลี่ยนไปของสังคมที่มองว่าการทำงานประจำจะต้องทำงานภายใต้กรอบแนวคิดขององค์กรนั้น ๆ แต่แท้จริงแล้ว การทำงานประจำให้มีความสุขเกิดความสนุกกับชีวิตและสร้างความมั่นคงนั้น สามารถทำได้โดยง่าย เพียงเลือกทำงานประจำตามเกณฑ์ดังนี้

หลักเกณฑ์เลือกงานประจำ

ควรเป็นงานที่รักหรือชอบ ข้อนี้คือหลักการเลือกทำงานประจำที่สำคัญมากที่สุด เพราะเมื่อใดที่ได้ทำงานที่ตนรักหรือชอบแล้ว พลังบวกในการทำงานและการใช้ชีวิตก็จะเพิ่มตามขึ้นอีกเท่าตัว ที่สำคัญการทำงานที่รักจะไม่ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ และทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามารถช่วยกระตุ้นศักยภาพในการทำงานให้ออกมาเฉิดฉายให้คนอื่นได้เห็นอีกด้วย

ค่าตอบแทนที่เหมาะสม ถึงแม้ว่าจะได้ทำงานที่รักแล้ว แต่เรื่องปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องใช้เงิน หากได้เพียงทำงานที่รักแต่ค่าตอบแทนที่ได้ไม่เหมาะสมกับงานที่เรารักนั้น ก็ดูจะเป็นการดำเนินชีวิตที่ค่อนข้างสวนทางกัน ปัจจุบันมีองค์กรจำนวนไม่น้อยที่เน้นเพียงแต่ผลงานและการสร้างกำไร แต่ละเลยเรื่องค่าตอบแทนและความเป็นอยู่ของพนักงาน สักแต่เพียงขอให้ไม่ผิดกฎหมายก็เป็นพอ แต่รู้หรือไม่ว่า ยิ่งองค์กรให้ความสำคัญเรื่องค่าตอบแทนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยดึงดูดให้คนหางานอยากเข้ามาทำงานด้วยมากขึ้นเท่านั้น

สภาพแวดล้อมการทำงาน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการทำงานที่ค่อนข้างสำคัญและมีผลกระทบกับการใช้ชีวิตในที่ทำงานมากที่สุด หากเพื่อนร่วมงานหรือบรรยากาศในการทำงานสามารถสร้างความสบายใจและความสุขได้ การทำงานและคุณภาพของงานก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือพูดได้เลยว่า เพื่อนร่วมงานและบรรยากาศการทำงานรวมถึงสภาพแวดล้อมอื่น ๆ มีผลกับสภาพจิตใจ ความนึกคิดและความรู้สึกอย่างแท้จริง อย่างเช่นบางองค์กรที่ให้ความสำคัญกับพนักงานด้วยการจัดสถานที่ทำงานเพื่อกระตุ้นมันสมองให้ผลิตงานที่สร้างสรรค์และก็สามารถใช้ได้ผลอย่างแท้จริง

โอกาสในการก้าวหน้า คงไม่มีพนักงานประจำคนไหนที่อยากจะทำงานทั้งชีวิตแบบย่ำอยู่กับที่เป็นแน่ การมีโอกาสได้ก้าวขั้นตำแหน่งที่สูงขึ้นคือ ตัววัดศักยภาพความสามารถในการทำงาน ทั้งยังช่วยปรับผลประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นกว่าตำแหน่งที่เคยได้รับ แต่หากไม่มีช่องทางหรือโอกาสก้าวหน้าในชีวิตหน้าที่การงาน ก็เหมือนกับมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานรอวันเกษียณอายุเท่านั้น ความก้าวหน้าจึงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คนทำงานประจำไม่ควรมองข้าม เพราะนั่นหมายถึงความเติบโตของการใช้ชีวิตและประสบการณ์การทำงานที่สามารถต่อยอดไปได้ในอนาคต

ปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยมองว่า อิสระในสายอาชีพของการเป็นพนักงานประจำมีอัตราส่วนที่น้อยกว่าการทำธุรกิจส่วนตัว แต่แท้จริงแล้ว การทำงานประจำนั้นมีอิสระค่อนข้างมาก หรือถ้าเลือกองค์กรคุณภาพอาจจะมีอิสระทางความคิดมากกว่าการทำธุรกิจส่วนตัวเสียอีก เพราะบางองค์กรมักให้การสนับสนุนความคิดของพนักงานเพื่อการพัฒนาองค์กร จึงค่อนข้างเปิดกว้างในทางความคิด การจะมีความสุขหรือสนุกกับงานที่ทำมากน้อยเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับองค์กรที่คนทำงานเป็นคนเลือกด้วยตัวเองทั้งสิ้น

หลักเกณฑ์การเลือกงานประจำ ที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนไม่น่าเบื่อ

ข้อคิดที่ดีก่อนปิดฉากจากงานประจำ

ข้อคิดที่ดีก่อนปิดฉากจากงานประจำ

ขึ้นชื่อว่าเป็น มนุษย์เงินเดือน แล้ว เชื่อว่าคนคงเคยรู้สึกเบื่อหน่าย อยากลาออก หรืออยากเปลี่ยนงานใหม่ ยิ่งในยุคปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะทำธุรกิจส่วนตัวหรือเป็นนายตัวเองมากกว่าทำงานเป็นลูกจ้าง ยิ่งทำให้เพิ่มโอกาสการลาออกจากงานประจำมีมากขึ้นไปอีก ยังไม่นับรวมลูกจ้างอีกกลุ่มที่ตัดสินใจทิ้งงานประจำเพื่อเลี้ยงลูกน้อย

ก่อนตัดสินใจยุติงานประจำแล้วเริ่มเดินตามความฝันของตัวเอง ควรต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ให้รอบคอบ เพราะเมื่อเดินออกจากเส้นทางของการเป็นลูกจ้างแล้ว อยากย้อนกลับมายืนในจุดเดิม เป็นเรื่องที่ยาก ที่สำคัญมีคนจำนวนไม่น้อยนึกเสียใจและยอมรับว่าตัดสินใจพลาด เพราะไม่ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินตามเส้นทางนี้

สิ่งที่ต้องคิดก่อนเลิกเป็นลูกจ้าง

ทดสอบหารายได้ โดยใช้เวลาว่างทำอาชีพที่คิดว่าจะเป็นแหล่งรายได้ประจำในอนาคต อาจใช้เวลาในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือใช้วันหยุดพักร้อนประจำปี ทดลองทำงานที่หวังไว้ว่าจะราบรื่นและไปได้ดีอย่างที่คิดหรือไม่ หากมีอุปสรรคมากมายเกินกว่าจะฝ่าฟัน แนะนำให้กลับมาตั้งหลักแก้ปัญหาจากงานประจำเดิมแทน เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ยังเป็นงานที่คุ้นเคยและผ่านมือมาจนมีประสบการณ์อยู่แล้ว ซึ่งน่าจะแก้ปัญหาได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ การทดลองทำอาชีพใหม่ดูก่อน ยังน่าจะเปลี่ยนมุมมองหรือความเบื่อหน่ายในงานประจำที่ทำอยู่เดิมได้ด้วย

การเตรียมสะสางหนี้สิน ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง ควรทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการหนี้สินเดิม ๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้สามารถโฟกัสเฉพาะหนี้ที่จะเกิดขึ้นจากการทำธุรกิจหลักของตัวเอง ดังนั้น ภาระหนี้บ้าน ค่าผ่อนรถ หนี้บัตรเครดิต ต้องพยายามเคลียร์ให้หมด หรือให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระหลายทางให้ต้องพะวักพะวงและเพิ่มความเครียด

วางแผนทางการเงินรับกับกรณีฉุกเฉิน ต้องนึกเสมอว่าอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ หากเกิดเรื่องฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็นเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นหลังจากลาออกจากงานประจำ ก็อาจทำให้เดือดร้อนเรื่องการเงินเพิ่มขึ้น การเตรียมเงินไว้รับมือเหตุฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องจำเป็น แต่หากมีประกันสุขภาพ ประกันชีวิตไว้ ก็น่าจะเบาใจในเรื่องนี้ได้บ้าง นอกจากนี้ยังต้องเตรียมเงินไว้สำรองเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหลังออกจากงาน เป็นจำนวน 5-6 เท่าของเงินที่เคยได้ในแต่ละเดือนก่อนที่ธุรกิจใหม่จะสามารถทำเงินหรือสร้างรายได้เข้ามาทดแทน ค่าใช้จ่ายประจำในส่วนนี้ได้แก่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

เตรียมความพร้อมด้านจิตใจ หลายคนมองข้ามเรื่องนี้เพราะอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นรูปธรรมมาก แต่ความจริงแล้วหลายคนเหมือนเสียสถานะทางสังคมไปหลังการลาออกจากงานประจำ จึงต้องตรวจสอบความพร้อมของตัวเองก่อนว่ารับกับสิ่งนี้ได้หรือไม่

การตัดสินใจยุติงานประจำไม่ได้เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ใครที่เป็นลูกจ้าง มีเงินเดือนและรายได้เป็นประจำในแต่ละเดือนอยู่แล้ว ควรใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจ ชั่งน้ำหนักถึงผลดีผลเสียให้รอบด้าน เพื่อไม่ให้ต้องกลับมาเสียใจหรือโทษตัวเองว่าตัดสินใจผิดพลาด

สิ่งที่ต้องคิดก่อนเลิกเป็นลูกจ้าง

แนวคิดเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

แนวคิดเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ใน การทำงานประจำ ที่ต้องพบเจอกับรูปแบบการทำงานหรือสิ่งแวดล้อมแบบเดียวกันต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน บางทีก็จะทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อขึ้นมาได้ เมื่อมีอารมณ์นี้เกิดขึ้นมาแล้ว ก็ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงด้วย มาดูกันว่าจะมีวิธีคิดอย่างไรบ้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและทำให้ผลงานออกมามีคุณภาพดีมากขึ้น

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

เห็นคุณค่าของงานที่ทำ : ในชีวิตการทำงานหลายคนต้องเจอกับภาระงานที่ไม่ถนัด หรือไม่ได้รักในการทำงานชิ้นนั้น แต่บางทีก็เลี่ยงไม่ได้เนื่องจากเป็นหน้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรา จึงควรมองถึงคุณค่าของงาน เพื่อที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้งานสำเร็จได้ด้วยดี เพราะงานทุกงานมีคุณค่าในตัวเอง ถ้าเราหาจุดนี้เจอ ความคิดที่เกิดขึ้นเมื่อต้องทำงานที่ไม่ชอบ ก็จะไม่รบกวนจิตใจเราอีกต่อไป

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน : การตั้งเป้าหมายในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งอาจมีทั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้งานออกมามีประสิทธิภาพ เพราะถ้าไม่ตั้งเป้าหมายไว้ บางทีก็จะมีสถานการณ์เข้ามาขัดจังหวะในการทำงาน ทำให้งานไม่สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด และอาจถูกมองว่าเป็นคนไม่มีประสิทธิภาพ

มองถึงความสวยงามในระหว่างการทำงาน : ผลงานที่ออกมามีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญของการทำงาน แต่ระหว่างการทำงานก็มีสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมงาน ที่มีการช่วยเหลือกัน เอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกัน ถึงแม้จะเป็นงานเดี่ยว แต่ถ้าเรามีคนที่คอยปรับทุกข์และแบ่งปันความสุขในระหว่างการทำงานก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลย และงานบางชนิดก็ไม่สามารถสำเร็จด้วยตัวคนเดียวได้ การมีเพื่อนร่วมงานที่ให้การช่วยเหลือกันย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า

ทุกปัญหามีทางแก้ : เมื่อเจอปัญหาในการทำงานขอให้นึกไว้เสมอว่าทุกปัญหามีทางแก้ไข ทำใจให้ผ่อนคลายแล้วค่อย ๆ ใช้ความคิด ก็จะเป็นทางที่ดีกว่าการแก้ปัญหาในภาวะที่ขาดสติ แต่ถ้าปัญหานั้นส่งผลเสียร้ายแรงตามมา ก็ต้องรีบตั้งสติและยับยั้งสาเหตุของปัญหาให้เร็วที่สุด ดังนั้นการฝึกให้เป็นคนที่มีสติอยู่เสมอก็จะเป็นการดีที่สุด

เลิกใส่ใจสิ่งที่ไม่ก่อประโยชน์ : ในระหว่างการทำงานมักจะมีหลายสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวออกจากแนวทางที่จะนำไปสู่เป้าหมาย หรืออาจมีบางอย่างที่บั่นทอนจิตใจในการทำงาน เราก็ควรตั้งคำถามว่าสิ่งนั้นก่อประโยชน์ให้เราหรือไม่ ถ้าไม่ก็ปล่อยทิ้งไป ไม่ต้องเก็บมาคิดให้วุ่นวายจิตใจ และจะทำให้ผลงานสำเร็จตามที่ตั้งใจได้ง่ายขึ้นด้วย

การทำงานที่มีประสิทธิภาพนำไปสู่ผลงานที่มีคุณภาพ ซึ่งส่งผลให้เรามีสุขภาพกายและใจที่ดีตามมาด้วย อย่าลืมนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับใช้กัน เพื่อให้การทำงานแต่ละวันมีความสุขมากขึ้น

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

อาชีพเสริมอะไรที่ทำให้ดี แล้วจะแทนงานประจำได้

อาชีพเสริมอะไรที่ทำให้ดี แล้วจะแทนงานประจำได้

ปัจจุบันผู้คนนิยมหางานทำแบบที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองเพื่อเสริมหรือทดแทน งานประจำ ซึ่งมีงานประจำหลายอย่างที่สามารถเริ่มต้นมาจากการทำเป็นงานอดิเรก แต่สามารถสร้างรายได้ดี จนสามารถลาออกจากงานประจำในรูปแบบบริษัทมาทำเป็นอาชีพส่วนตัวได้ เรามาดูกันว่ามีงานอะไรบ้าง

อาชีพที่สามารถเปลี่ยนมาเป็นงานประจำได้

การปลูกผักขาย ปัจจุบันการปลูกพืชกินได้ เพื่อขายทำเป็นผักสลัดและอาหารเพื่อสุขภาพนั้น เป็นที่นิยมมาก เนื่องจากสอดคล้องกับความสนใจของผู้คนที่ต้องการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็งมากยิ่งขึ้น แม้คุณจะมีพื้นที่จำกัด ก็เริ่มปลูกได้ในตะกร้าและกระถาง ซึ่งใช้พื้นที่น้อย ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้ได้จากคลิปใน YouTube ที่มีคนสอนวิธีการไว้มากมาย หากทำเป็นกิจวัตร ก็จะมีลูกค้าสั่งซื้อผักประจำจากคุณ ทำให้มีรายได้จนทำแทนงานประจำได้

การทำงานเขียน ในอดีตจะต้องเป็นคนที่ทำนิยายขายรวมเล่มตีพิมพ์ แต่ในปัจจุบัน การทำงานเขียนสามารถสร้างรายได้ง่าย ๆ จากการขายงานให้แก่บริษัทสินค้าต่าง ๆ เพื่อนำไปประกอบในการช่วยจูงใจให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าหรือเขียนบทความประกอบในเว็บไซต์ เพื่อที่จะช่วยให้คนมาอ่านเนื้อหาใหม่ ๆ ในเว็บไซต์ของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เรียกว่าเป็นการเสริมระบบ SEO ให้ดียิ่งขึ้น คนที่ชอบงานเขียน จึงสามารถทำต่อเนื่องเป็นงานประจำได้

การทำขนมเบเกอรี่ขาย การทำเบเกอรี่โฮมเมดได้รับความนิยมมาก เพราะสามารถเลือกเวลาทำด้วยตัวเอง และไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดช่องทางขายสินค้าทาง Facebook, Instagram หรือ YouTube ซึ่งสามารถรับออเดอร์จากลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้ตลอดทั้งปีด้วย ถ้าคุณมีฝีมือในการทำขนมเบเกอรี่ ลองเริ่มจากการใช้เวลาตอนเย็นหลังเลิกงานฝึกฝีมือบ่อย ๆ หลังจากนั้นก็สามารถที่จะรับออเดอร์ได้อย่างต่อเนื่อง จนอาจมีรายได้มากพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวแทนงานในออฟฟิศได้

การทำคลิป YouTube การทำช่องยูทูปได้รับความนิยมมากจากคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะสามารถนำเสนอสิ่งที่ตัวเองสนใจในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเปิดช่อง YouTube สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง คุณสามารถสร้างรายได้จากการมีโฆษณาเข้ามาติดต่อ หรือการรีวิวสินค้าต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน หากทำคลิปอัปเดตใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอจะมีผู้ติดตามจำนวนมากอย่างรวดเร็ว จนคุณสามารถมีรายได้หลักแสนหลักล้านต่อเดือนได้ไม่ยาก

จะเห็นได้ว่ามีงานมากมายที่คุณสามารถที่จะเริ่มทำและพัฒนาต่อยอดไปจนเป็นงานประจำที่มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ เราหวังว่าบทความนี้จะให้แนวทางที่ทุกคนสามารถเห็นช่องทางสร้างรายได้และนำไปปรับใช้ได้ต่อไป

อาชีพที่สามารถเปลี่ยนมาเป็นงานประจำได้

วิธีการทำให้งานประจำ ไม่ให้น่าเบื่อ

วิธีการทำให้งานประจำ ไม่ให้น่าเบื่อ

การทำงานประจำเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินอย่างหนึ่ง เพราะเราจะได้รับเงินทุก ๆ สิ้นเดือน และบางทียังได้รับสวัสดิการต่าง ๆ และโบนัสปลายปีอีกด้วย แต่บางทีการทำงานในรูปแบบซ้ำ ๆ และเจอสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อได้ เราจึงขอเสนอ 4 วิธีการทำให้งานประจำ ไม่ให้น่าเบื่ออีกต่อไป จะทำให้การทำงานของคุณในแต่ละวันมีความหมายมากขึ้น

ไม่อยากเบื่อกับงานประจำ ต้องดู

ตั้งเป้าหมายการทำงานในแต่ละวัน

หลายคนที่ตื่นขึ้นมาในวันทำงานแล้วเกิดความรู้สึกว่าไม่อยากไปทำงาน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังไม่มีเป้าหมายในการทำงานจึงทำให้รู้สึกอาการเบื่อได้ ดังนั้นในแต่ละวันเราจึงต้องตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะทำอะไรให้สำเร็จบ้าง เพราะถ้าเราใช้ความคิดกับงานที่ต้องทำ ก็จะทำให้เราไม่มีเวลามาคิดถึงเรื่องความน่าเบื่อของ งานประจำ

คิดถึงคุณค่าของงานที่ทำ

งานบางชนิดอาจจะเป็นงานที่มีรูปแบบเหมือนการปิดทองหลังพระ ถึงแม้จะไม่มีใครรู้เห็นว่าเรามีส่วนร่วมกับผลงานชิ้นนั้น แต่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลงานย่อมรู้ถึงความสำคัญของเราแน่นอน หากเกิดภาวะแบบนี้ ให้เรานึกถึงคุณค่าของเราเข้าไว้ คิดอยู่เสมอว่างานทุกงานมีค่าในตัวเอง หากขาดตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดไป งานชิ้นนั้นก็ไม่สามารถเสร็จสมบูรณ์ได้ เพราะถ้าเรารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าแล้ว จะทำให้เกิดภาวะหมดไฟได้ และส่งผลต่อความคิดแง่ลบอื่น ๆ ตามมาด้วย

มองโลกในแง่บวกเสมอ

ปัญหาในการทำงานเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเจอได้ หากเรามองว่าทุกปัญหาที่เข้ามาเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข ก็จะทำให้เรารู้สึกท้อและเบื่อกับการทำงานได้ แต่หากเรามีความคิดในแง่บวกเรา ก็จะมองว่าปัญหาทุกเรื่องสามารถแก้ไขได้ เปลี่ยนมุมมองใหม่ว่ามันเป็นความท้าทายที่เราจะต้องก้าวผ่านไปให้ได้ ก็จะทำให้การแก้ปัญหาต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

หาวิธีผ่อนคลายให้กับตัวเอง

ในแต่ละวันของการทำงานย่อมเกิดความเครียดและความเหนื่อยล้า เราต้องหาเวลาพักผ่อนระหว่างการทำงานบ้าง เพื่อให้สมองและร่างกายได้ผ่อนคลาย แต่หากว่าการพักผ่อนระหว่างวันยังไม่เพียงพอแล้ว ก็ควรหาช่วงเวลาพักผ่อนที่ยาวขึ้น แต่ก็ต้องไม่ให้กระทบกับหน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่ด้วย ซึ่งก็จะเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถกำจัดความเหนื่อยล้าและความรู้สึกเบื่อกับการทำงานประจำได้

ความรู้สึกเบื่อเกิดขึ้นจากความคิดของเราเอง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ควรหาทางกำจัดออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าปล่อยไว้นาน ๆ ก็จะส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างมาก

ไม่อยากเบื่อกับงานประจำ ต้องดู

ข้อดีของการทำงานประจำ

หากติดตามข่าวสารในเว็บไซต์รับสมัครงาน จะเห็นว่ามีบริษัทจำนวนมากเปิดรับพนักงานแบบประจำ ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ตามเวลาราชการ แต่ก็ยังมีตำแหน่งว่างงานอยู่มาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่อาจจะอยากได้งานแบบฟรีแลนซ์หรืองานจ้างจบเป็นชิ้น ๆ ไป เพื่อไม่ต้องทำงานในระบบของออฟฟิศ

ข้อดีที่น่าสนใจของงานประจำ

1. ช่วยเพิ่มวินัยให้ตัวเอง

งานประจำจะทำให้เราเป็นคนมีวินัยในตัวเอง ไม่ใช่งานทุกชนิดที่จะทำให้คุณต้องตื่นแต่เช้าแล้วก็รีบเข้านอน การมีงานประจำทำให้คุณต้องควบคุมตัวเอง ให้ใช้เวลาแต่ละวันอย่างคุ้มค่าและสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต ไม่นอนดึกเกินไปเพราะจะทำให้ตื่นไปทำงานสาย ผู้ที่ต้องการเสริมวินัยในชีวิตจึงควรเลือกงานประจำ

2. มีระบบสวัสดิการ

งานประจำจะมีสวัสดิการให้นอกจากเงินเดือนที่คุณจะได้รับในแต่ละเดือนอย่างสม่ำเสมอ คุณจึงสบายใจได้ในระยะยาวว่าสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาล ลาคลอด ลาบวช และมีวันหยุดพักผ่อนตามปฏิทิน วันหยุดนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ โดยที่ยังได้เงินเดือนด้วย ในระยะยาวยังสามารถได้เงินบำเหน็จบำนาญเพื่อช่วยให้เสริมความมั่งคั่งยามเกษียณได้ด้วย

3. ผ่านการขอกู้ง่าย

การทำงานประจำ จะทำให้มีคุณสมบัติที่สามารถกู้ได้ง่ายขึ้น เพราะธนาคารในยุคปัจจุบัน จะให้สิทธิ์กู้ง่ายขึ้นกับผู้ที่มีเงินเดือนประจำ หรือแม้แต่การทำบัตรเครดิตก็จะมีโอกาสผ่านได้มากกว่าผู้ที่เป็นฟรีแลนซ์หรือนักธุรกิจที่ไม่มีรายได้ชัดเจน เพื่อป้องกันภาวะ NPL หรือหนี้สูญ ผู้ที่สนใจอยากจะกู้เงินเพื่อซื้อบ้านซื้อรถหรือทำธุรกิจในอนาคต จึงควรเลือกทำงานประจำเพื่อความมั่นคง และทำให้มั่นใจได้ว่ามีเงินในการส่งหนี้จนหมดได้ด้วย

4. มีสังคมและเพื่อน

การทำงานแบบฟรีแลนซ์จะทำให้คุณมีแค่สถานะนายจ้างและลูกจ้าง จะไม่มีสังคมที่มีเพื่อนร่วมทุกข์สุข ให้ปรึกษาเวลามีปัญหา ทำให้หลายคนรู้สึกเครียดและขาดความสุขในการทำงานในระยะยาว การทำงานแบบประจำในออฟฟิศจึงตอบโจทย์การมีสังคม ที่มีการแบ่งปันช่วยเหลือกัน และยังชวนกันทำกิจกรรมดี ๆ นอกที่ทำงาน เช่น ไปเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัด ดูหนังฟังเพลง ได้อย่างคนคุ้นเคยด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำงานประจำ มีข้อดีหลากหลายด้าน ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมั่งคั่งในระยะยาว ซึ่งการเลือกทำงานในรูปแบบใด นอกจากจะเลือกตามสาขาอาชีพที่ตัวเองถนัดหรือเป็นงานที่ชื่นชอบแล้ว ควรพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ชีวิตของคุณและฐานะทางการเงินมีความมั่นคงมากที่สุดด้วย

ข้อดีที่น่าสนใจของงานประจำ

ข้อดีของการทำงานประจำ ที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้

ข้อดีของการทำงานประจำ ที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้

ด้วยแนวความคิดหรือสภาพแวดล้อมทางสังคมในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้เด็กจบใหม่หลายๆ คนมีความคิดที่จะทำอาชีพอิสระหรือเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่าการทำงานประจำเป็นมนุษย์เงินเดือน เพราะอาจจะมองว่าการทำงานแบบหลังมีวงจรชีวิตที่น่าเบื่อเกินไป ได้ค่าตอบแทนไม่คุ้มค่า ทำให้คนวัยทำงานส่วนใหญ่ที่เป็นคนที่ชอบความรวดเร็ว ท้าทาย คิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ถ้าพิจารณาให้ดี การเป็นพนักงานประจำก็มีข้อดีไม่น้อยเลย มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

5 ข้อดีของงานประจำ

1. มีความมั่นคง

ปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์เงินเดือนหลายๆคน เลือกทำงานรูปแบบนี้เพราะว่าความมั่นคงทางการเงิน ที่จะได้รับเงินเดือนทุกๆสิ้นเดือน โดยจะนำมาซึ่งโอกาสทางการเงินที่ดีกว่าการทำงานแบบอิสระ เช่น หากต้องการยื่นเรื่องขอสินเชื่อกับธนาคารก็มีโอกาสที่ผ่านมากกว่า เพราะถ้าทำงานอิสระยอดเงินในบัญชีต้องมีมากกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนหลายเท่าจึงจะสามารถทำเรื่องผ่านได้แบบง่ายๆ

2. สวัสดิการ

คนทำงานประจำมีสิทธิ์ที่จะขอลาหรือหยุดตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งยังคงได้เงินเดือนเท่าเดิม ส่วนคนที่ทำงานอิสระหรือมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หากหยุดวันไหนหรือไม่มีงานเข้ามาก็จะทำให้สูญเสียรายได้วันนั้นไป และคนทำงานประจำในบางองค์กรยังได้รับโบนัสประจำปี นอกจากนี้สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลในบางองค์กร ก็ได้รับสิทธิ์ที่ดีกว่าการทำงานอิสระอีกด้วย

3. ประสบการณ์

การทำงานประจำถึงแม้จะต้องฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา และบางทีต้องทำงานในสิ่งที่ใช้ทักษะแบบเดิม ๆ ทำให้หลายคนมองว่าน่าเบื่อ แต่ถ้าคิดอีกด้านหนึ่ง การทำงานแบบซ้ำๆ จะทำให้เราเชี่ยวชาญในทักษะนั้นเป็นพิเศษ ส่งผลให้เรามีความเป็นมืออาชีพเพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังได้พบคนที่มีนิสัยหลากหลายในองค์กรทำให้เราได้ฝึกการใช้ชีวิตในสังคมได้เป็นอย่างดี หากใครกำลังคิดว่า คนนี่ล่ะที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่ชอบงานประจำ แต่ลองเปลี่ยนความคิดโดยทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ไม่ต้องสนใจสิ่งที่ไม่ได้ก่อประโยชน์ให้กับเราก็น่าจะช่วยให้ก้าวผ่านปัญหานี้ไปได้

4. พัฒนาตนเอง

องค์กรส่วนใหญ่จะเปิดโอกาสสำหรับคนที่อยากพัฒนาความรู้ ได้ไปเปิดประสบการณ์หาความรู้มาพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพราะหากบุคลากรมีความรู้และทักษะที่ดีก็ย่อมส่งผลให้หน่วยงานมีการพัฒนาไปด้วย ซึ่งต่างกับการทำงานอิสระ หากเราอยากเข้าร่วมงานประชุมหรือพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องก็ต้องจ่ายเงินเองทั้งหมด ดังนั้นมนุษย์เงินเดือนคนไหนมีแหล่งความรู้ที่จะสามารถช่วยพัฒนาตัวเองได้ อย่าลืมนำไปเสนอหัวหน้า ถ้าเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานจริงๆ ผู้บังคับบัญชาต้องเห็นด้วยแน่นอน

5. ค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบได้มากขึ้น

การทำงานประจำ ถึงแม้ว่าจะทำงานซ้ำๆ แบบเดิมในทุกวัน แต่ก็ช่วยให้เรามีเวลาคิดได้มากขึ้นว่าเราต้องการทำอะไรจริงๆ เพราะว่าการทำงานส่วนใหญ่ก็เป็นการทำงานในเวลาที่จำกัด นอกเวลางานเราสามารถมองหาสิ่งที่สนใจมาทำเพิ่มเติมได้ ต่างกับการทำงานอิสระที่บางคนอาจต้องใช้ความคิดตลอดเวลา จนไม่มีเวลามาสนใจว่าเราต้องการทำอะไรที่ชอบอีกหรือไม่

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 5 ข้อดีของการทำงานประจำ หวังว่าจะได้แนวคิดอีกด้านของการทำงานรูปแบบนี้ ซึ่งการไม่หยุดพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งที่ควรมีในงานทุกรูปแบบ เพราะความรู้วิทยาการต่างๆ ก้าวหน้าไปในทุกวัน และในหลายองค์กรตอนนี้ก็มีการประเมินการทำงาน ทำให้ปรับเงินให้เหมาะกับเนื้องานมากขึ้น ดังนั้นเราต้องไม่หยุดพัฒนา เพราะไม่แน่วันหนึ่งผู้บังคับบัญชาอาจจะเห็นว่าเราไม่เหมาะกับงานนี้แล้ว ก็อาจถูกให้ออกจากงานได้เหมือนกัน ดังนั้นอย่าเป็นคนที่ติดกับ comfort zone ต้องรู้จักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ นอกจากส่งผลดีต่อองค์กรแล้วยังส่งผลให้เรามีความรู้เพิ่มมากขึ้นด้วย

5 ข้อดีของงานประจำ

จากเด็กฝึกงานก้าวสู่ งานประจำ ต้องทำอย่างไร

จากเด็กฝึกงานก้าวสู่ งานประจำ ต้องทำอย่างไร

การฝึกงานไม่ว่าจะเป็นช่วงปีท้ายอุดมศึกษาหรือช่วงทดลองงานของพนักงานใหม่ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่สิ่งสำคัญคือ ทำงานอย่างเต็มที่เต็มเวลา เรียนรู้ทักษะจากงานนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการฝึกงานเป็นวิธีการคัดกรองคนที่มีความสามารถจากประสบการณ์จริง ถ้าเข้ามาฝึกงานเรียนรู้ไว้ก่อนจะมีข้อได้เปรียบอย่างมาก นายจ้างและองค์กรต่างๆ มองหาเด็กฝึกงานที่มีความมุ่งมั่น มีทัศนคติที่ดีต่องาน มีความทะเยอทะยาน มีจรรยาบรรณในการทำงานอย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นต้องลงมือทำอย่างจริงจังจึงจะทำงานได้ดี เชื่อถือได้ รวมทั้งสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมแบบทีมเวิร์ก ซึ่งคุณสามารถพิสูจน์ให้เห็นคุณสมบัติเหล่านี้ได้ในระหว่างฝึกงาน แผนกทรัพยากรบุคคลจำนวนไม่น้อยมองหาพนักงานเต็มเวลาซึ่งเคยฝึกงานกับทางองค์กรมาก่อน ทำให้มีโอกาสก้าวข้ามจากสถานะเด็กฝึกงานกลายเป็นพนักงานเต็มเวลาในที่สุด

สำหรับหลายคนที่ต้องการผันตัวจากเด็กฝึกงานไปทำงานประจำ คุณจะผ่านขั้นตอนสุดท้ายไปได้อย่างไร เรามีเคล็ดลับในการปฏิบัติตนให้เข้าตาผู้บริหาร เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งพนักงานงานประจำ มาฝากกันดังนี้

1.มีความกระตือรือร้น

ระหว่างเป็นเด็กฝึกงานควรแสดงความกระตือรือร้น เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อพัฒนาตัวเอง การทำงานทุกอย่างต้องใช้ทักษะการสื่อสารที่ดี มีทัศนคติเชิงบวกกับงาน หัวหน้างาน และเพื่อนร่วมงาน สภาพแวดล้อมที่อบอุ่น เป็นมิตร และมีความร่วมมือจะสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะยังใหม่ต่อองค์กร แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีความคิดริเริ่มไม่ได้ พยายามซึมซับวัฒนธรรมขององค์กร เรียนรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ บริษัท ธุรกิจ และอุตสาหกรรมเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี พร้อมกับทำวิจัยสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม

2.ขยันตั้งคำถาม

การฝึกงานเป็นประสบการณ์ที่ให้โอกาสการเรียนรู้และลงมือทำจริง ควรใช้ประโยชน์จากสถานะเด็กฝึกงานถามคำถามในเรื่องที่ไม่เข้าใจ เรียนรู้ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ นายจ้างอาจไม่ได้คาดหวังให้พนักงานรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับบริษัท ทุกคนควรทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก่อน แต่ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของเพื่อนร่วมงาน ทำให้หลายคนทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น เข้าใจกันและลดปัญหาขัดแย้งในการทำงานได้มากทีเดียว ยิ่งถามคำถามมากเท่าไรยิ่งได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำงานที่ดีและมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

3.วางแผนและลงมือทำตามเป้าหมาย

การฝึกงานส่วนใหญ่เริ่มต้นจากหน้าที่เล็กๆ จึงง่ายที่จะวางแผนและตั้งเป้าหมายเล็กๆ เดินไปตามทางสู่ความสำเร็จในเวลาสั้นๆ ทำไปเรื่อยๆ ค่อยขยับจุดมุ่งหมายให้ใหญ่ขึ้น สู่เป้าหมายระยะกลางและระยะยาว แม้ว่าหน้าที่ของเด็กฝึกงานอาจจะดูเป็นเรื่องยิบย่อย แต่อย่าลืมว่ากว่าจะก้าวสู่เป้าหมายระยะยาวที่ยิ่งใหญ่นั้น ก็ต้องผ่านเรื่องเล็กๆมากมาย การทำงานเล็กก็อาจพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ ฝึกฝนตนเองให้มีวินัยทำเป้าหมายเล็กให้สำเร็จก่อน และพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิมอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การที่เราเริ่มทำงานในฐานะเด็กฝึกงานเป็นการสร้างมาตรฐานการทำงานที่ดี เรียนรู้สิ่งใหม่ ฝึกการคิดอย่างสร้างสรรค์ รวมไปถึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ถ้าคุณทำได้ตั้งแต่เริ่มต้น การก้าวจากเด็กฝึกงานไปเป็นพนักงานประจำคงไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ

จากเด็กฝึกงานไปทำงานประจำ

เว็บไซต์หางานประจำที่คนรุ่นใหม่ควรรู้จัก

เว็บไซต์หางานประจำที่คนรุ่นใหม่ควรรู้จัก

การหางานในปัจจุบันมีหลายช่องทาง ไม่ใช่เพียงการเดินดูตามบอร์ดรับสมัครงานในสถานที่ราชการหรือหน่วยงานเอกชนอย่างในสมัยก่อน การหางานประจำผ่านเว็บไซต์เพียงมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็สามารถทำให้คุณได้งานได้

เราจึงได้รวบรวมเว็บไซต์สำหรับหางานประจำในประเทศไทยที่น่าสนใจมาฝากกัน ดังนี้

1. jobbkk.com

เป็นเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 15 ปี มีบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกมากกว่า 50,000 ราย ทำให้มีตำแหน่งงานรองรับหลายแสนอัตราตลอดปี มีระบบบริการเฉพาะตัวสำหรับผู้มองหางาน คือ ระบบ Multi-resume ที่เป็นตัวช่วยให้ออกแบบเรซูเม่ได้หลากหลายรูปแบบ ผ่านการคลิกไม่กี่ครั้งด้วยฟังก์ชั่น Wizard Resume และแนบไฟล์ประวัติได้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น ก็สามารถค้นหางานในสายงานที่ต้องการได้โดยใช้เวลาดาว์นโหลดข้อมูลน้อย ทำให้ได้รับความสะดวกอย่างมาก

2. JobTH.com

เป็นเว็บไซต์ที่มีการเก็บสถิติพบว่า มีการสืบค้นตำแหน่งงานมากว่า 8 หมื่นครั้งต่อวัน แสดงว่าได้รับความนิยมสูงมาก ผู้ที่ต้องการงานประจำสามารถจะฝากประวัติ resume ไว้ได้ฟรีในระบบ ซึ่งทาง JobTH.com ใส่ใจความปลอดภัยของคนทำงาน โดยมีการทำระบบคัดกรองบริษัทที่มาเป็นสมาชิก เพื่อป้องกันหลอกลวงรับคนทำงานที่ไม่ตรงกับประกาศ จึงทำให้ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่

3. JOBTOPGUN.com

เป็นเว็บไซต์ที่มีความตั้งใจให้ผู้สมัครงานมีเปอร์เซ็นต์ได้งานสูง โดยมีการให้คำแนะนำในการเขียน Resume ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วน ประกอบการพิจารณารับเข้าทำงานของบริษัทเอกชนในเครือข่าย ซึ่งเรียกว่า ระบบซุปเปอร์เรซูเม่ ทำให้ผู้ยื่นใบสมัครงานมีโอกาสได้งานที่ตรงกับความสามารถมากยิ่งขึ้น

4. JobsDB.Com

เป็นเว็บไซต์ออนไลน์แรก ๆ ที่เป็นสื่อกลางในการหางานประจำในไทย นับจากปี พ.ศ. 2543 จนถึงปัจจุบัน มีการฝากประวัติเรซูเม่รวมแล้วมากกว่าล้านฉบับ มีสถิติการเข้าชมทั้งจากบริษัทจ้างงานและผู้ต้องการงานมากกว่า 1 แสนครั้งต่อวัน JobsDB.Com มีความโดดเด่น คือ มีระบบในการแบ่งงานอย่างละเอียด ทำให้ผู้สมัครงานสามารถหางานได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด ทั้งยังสามารถฝากประวัติได้ฟรีและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ จึงเป็นเว็บไซต์ที่ให้ความปลอดภัยสูงและตอบโจทย์การหางานของคนรุ่นใหม่อย่างมาก

จะเห็นได้ว่า เว็บไซต์ที่เรากล่าวมาล้วนเป็นแหล่งหางานประจำที่มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการให้ความสะดวกรวดเร็ว ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งทำให้พิจารณารายละเอียดของตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่ประกาศได้ว่าเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่ เพื่อให้ได้ทำงานประจำที่ถูกใจ เหมาะกับความรู้ความสามารถ และมีการเติบโตในสายงานได้อย่างก้าวไกล

รวบรวมเว็บไซต์สำหรับหางานประจำในประเทศไทย

ข้อดีของงานประจำที่คนรุ่นใหม่มักมองข้าม

ข้อดีของงานประจำที่คนรุ่นใหม่มักมองข้าม

ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจอยากทำงานแบบไม่ประจำหรืองานแบบฟรีแลนซ์มากกว่างานที่ต้องทำอยู่ในองค์กรหรือออฟฟิศอย่างที่รู้จักกันว่าเป็นงานประจำที่ต้องมีเวลาทำงานชัดเจน

ในบทความนี้ เราได้รวบรวมข้อดีที่จะได้จากการทำงานประจำที่คนรุ่นใหม่มักมองข้ามเพื่อช่วยให้การตัดสินใจเลือกทำงานมีข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้

ความมั่นคงของตำแหน่งและเงินรายได้

การทำงานในองค์กรที่ให้จ้างประจำมีความมั่นคงมากกว่าการทำงานแบบฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะถ้าเป็นบริษัทที่เปิดมานานนับสิบปี องค์กรที่มีขนาดใหญ่ มีบุคลากรจำนวนหลายร้อยคน รวมถึงความมั่นคงในเรื่องของตำแหน่งและเงินเดือนที่จะได้รับตลอดเวลาที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน

ทั้งนี้ ยังไม่นับเงินโบนัสที่จะพนักงานประจำจะได้รับทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี ซึ่งการทำงานแบบไม่ประจำ หรืองานฟรีแลนซ์ จะไม่มีความมั่นคงและเงินรายได้

การมีสังคมที่อบอุ่น

การทำงานประจำในออฟฟิศ จะทำให้มีสังคมเพื่อนร่วมงานในอาชีพเดียวกัน ทำให้พูดคุยกันได้อย่างเข้าใจ มีความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองมากกว่าการทำงานแบบฟรีแลนซ์ ที่จะเกี่ยวข้องกับผู้อื่นในส่วนของงานที่รับผิดชอบเท่านั้น

การมีงานประจำยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้กับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี เช่น ผู้ที่อาวุโสกว่า จะสามารถช่วยในการชี้แนะและให้คำแนะนำในเรื่องของงานทั้งเชิงเทคนิค รวมถึงการให้คำแนะนำแก้ไขปัญหาเรื่องการปรับตัวเข้ากับงานและเรื่องส่วนตัวต่าง ๆ ได้อีกด้วย

การพัฒนาตนเอง

การทำงานประจำในบริษัทจะมีโอกาสได้อบรมในทักษะที่หลากหลาย เพื่อเอามาใช้ต่อยอดกับการทำงาน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทจะมีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้เจ้าหน้าที่ ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการไปอบรมนอกสถานที่ ทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งยังสามารถบันทึกเป็นประวัติการอบรมหรือ portfolio ที่สำคัญต่อความน่าเชื่อถือ หากจะไปทำงานเสริมรายได้อื่น ๆ เช่น เป็นอาจารย์สอนพิเศษ รับงานฟรีแลนซ์เสริมจากงานประจำ เช่น โปรแกรมเมอร์ รับแก้โค้ด หรือจะเป็นประเภทรับทำเว็บไซต์ทั่วไปอย่างเว็บเล่นคาสิโน Hero88 เป็นต้น ซึ่งหากเลือกทำงานแบบฟรีแลนซ์ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอบรมความรู้ต่าง ๆ เพิ่มเติมเพื่อศึกษาเรียนรู้เอง

การมีสวัสดิการ

การเป็นลูกจ้างประจำ จะมีสวัสดิการสิทธิ์ประกันสังคม ที่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาล ค่าทำฟันหรือสิทธิทางทันตกรรม ฯลฯ หากมีการลาออก ก็ยังสามารถได้เงินสำรองเลี้ยงชีพระหว่างที่รอหางานใหม่ด้วย ซึ่งการเป็นฟรีแลนซ์ไม่มีในส่วนนี้อย่างแน่นอน

จะเห็นได้ว่า ข้อดีของงานประจำที่กล่าวมาเป็นประเด็นสำคัญที่คนรุ่นใหม่ไม่ควรมองข้าม เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการเลือกทำงานทั้งในรูปแบบงานประจำหรืองานแบบฟรีแลนซ์ได้ดียิ่งขึ้น

การทำงานประจำที่คนรุ่นใหม่มักมองข้าม